ร้านอาหารดังแฉ ลูกค้าอ้างกินไม่คุ้มราคาพาขรก.หญิง กรมการค้าภายใน ข่มขู่เรียกเงินคืน!

วันที่ 5 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร้านอาหาร เนตะกริล (Neta Grill) ร้องผ่านโซเชียลมีเดีย ระบุมีข้าราชการของกรมการค้าภายในคนหนึ่ง มาเรียกร้องใช้อำนาจข่มขู่ นอกเวลาราชการ666900จากการสอบถาม ไปยังเจ้าของร้านเนตะกริล ทำให้ทราบว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. ที่ผ่านมา มีลูกค้า 2 คน เข้ามารับประทานอาหารที่ร้านที่สาขาเมกะบางนา เมื่อรับประทานเสร็จได้จ่ายเงินตามปกติ แต่ 2 วัน ต่อมา ลูกค้าคนหนึ่ง คือ นางเอ (นามสมมติ) โทรศัพท์เข้ามาต่อว่าทางร้าน บอกว่าอาหารไม่สด และอาหารทะเลตัวเล็ก ไม่คุ้มราคา ขอให้ชดใช้ โดยจะไปรับประทานฟรีที่ร้านที่สาขาทองหล่อ ซึ่งทางร้านก็ไม่ยินยอม เพราะลูกค้าไม่ได้ร้องเรียนตั้งแต่รับประทานเสร็จตั้งแต่วันแรก14517479_1822688424627418_3396700790653970665_nจากนั้น นางเอยังโทรศัพท์เข้ามาที่ร้านที่สาขาเมกะบางนา อย่างต่อเนื่อง รวมถึงโทรศัพท์ไปที่ร้านสาขาอื่นๆ แต่ทางร้านไม่สนใจ นางเอจึงโทรศัพท์ไปที่ห้างสรรพสินค้าที่ร้านตั้งอยู่เพื่อร้องเรียน ทุกวัน วันละ 10 กว่าสาย จนวันนี้ (5 ต.ค.) ทางห้างจึงนัดลูกค้าและเจ้าของร้านมาเคลียร์ปัญหา

เจ้าของร้านเนตะกริล กล่าวว่า วันนี้ นางเอ พาข้าราชการของกรมการค้าภายในคนหนึ่งมาด้วย โดยข้าราชการหญิงคนดังกล่าว ไม่ได้สวมชุดข้าราชการ และมาข่มขู่ให้ทางร้านคืนเงินให้แก่นางเอ โดยยังนำใบตรวจสอบร้านที่ไม่ได้มีตราครุฑขึ้นมาตรวจสอบด้วย ทั้งนี้ โดยที่ไม่มีหมายอย่างใดทั้งสิ้น ในที่สุดแล้ว เจ้าของร้านจึงคืนเงิน 1,294 บาท เพื่อจบบัญหา ก่อนนำเรื่องร้องเรียนผ่านโลกโซเชียลถึงความไม่เป็นธรรมที่ได้รับ โดยได้ร้องเรียนไปที่กระทรวงพาณิชย์แล้วด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด สองผัวเมียขับกระบะไปขายของ ไม่เห็นรถบรรรทุกจอดชนเต็มแรงเมียดับ

14696760021469676116lเมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 28 ก.ค. พ.ต.ท.สาชล ทับทิมทอง พนักงานสอบสวน ปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวร สภ .วังโป่ง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุ กระบะชนท้ายรถสิบล้อ บริเวณถนนสายวังโป่ง-วังชะนาง หมู่ 13 ต.วังโป่ง อ.วังโป่ง มีผู้ติดเสียชีวิตติดอยู่ภายในรถกระบะ จึงประสานกับหน่วยกู้ชีพโรงพยาบาลวังโป่งและ หน่วยกู้ภัยวังโป่ง หน่วยกู้ภัยชนแดนสงเคราะห์  รุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ ทะเบียน บต 5901 พิจิตร สภาพด้านหน้าฝั่งซ้ายพังยับเยิน มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในฝั่งผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่จึงใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างออกมาทราบชื่อนางแพงสี ทบรมย์ อายุ 59 ปี ผู้บาดเจ็บอีก 1 คนคือนายสุบิน ทบรมย์ อายุ 65 ปี สามีของผู้ตายและเป็นคนขับรถกระบะคันดังกล่าว ห่างกันเล็กน้อยพบรถสิบล้อบรรทุกเมล็ดข้าวโพด ยี่ห้อ  MITSUBUCHI  FUSO ทะเบียน 80-5097 พิจิตร จอดอยู่ข้างทาง โดยบริเวณท้ายรถได้รับความเสียหายเล็กน้อยนายสาธิต มาธุพันธ์ อายุ 48 ปี คนขับรถสิบล้อให้การว่า ขณะที่ตนขับมาตามถนนสายวังโป่ง-วังชะนาง ถึงหน้าร้านอาหารครัววาสนา หมู่ 13 เห็นต้นกระถินยักษ์ล้มทับขวางถนนจึงจอดรถเพื่อจะนำเอาต้นไม้ออกจากถนน แต่ก็ไม่สามารถเอาได้เพราะเป็นต้นกระถินยักษ์ จึงโทรแจ้ง 191  และนำไฟฉายมาส่องเพื่อจะให้รถอื่นๆเห็น ขณะเดียวกันรถปิกอัพของสองสามีภรรยา ขับลงเนินคาดว่าจะมองไม่เห็นจึงชนท้ายเข้าอย่างจังทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

ด้านนายสุบิน ทบรมย์ คนขับรถกระบะให้การว่า ได้ขับกระบะจากบ้านเพื่อที่จะไปขายของที่ตลาดสดตำบลเขาทราย อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร โดยมีภรรยานั่งข้างมาด้วยโดยก่อนหน้านั้นได้มีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้มองไม่ค่อยเห็นทาง เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางลงเนินจึงชนท้ายรถสิบล้ออย่างจังจน ทำให้ภรรยาที่นั่งข้าง ๆ มาด้วยเสียชีวิตส่วนตนบาดเจ็บ มีแผลที่ใบหน้า พกซ้ำตามร่างกาย

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าจากการสอบสวนเบื้องต้นสาเหตุน่าจะมาจากทัศนวิสัยในการมองเห็นของบริเวณนั้นไม่ดีเนื่องจากมืดประกอบกับก่อนหน้ามีฝนตกลงมาอย่างหนักมีต้นไม้ล้มขวางทางคนขับรถบรรทุกจึงจอดเพื่อโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ แต่ระหว่างนั้นรถกระบะได้วิ่งลงเนินมาและคาดว่าจะมองไม่เห็นจึงชนท้ายเข้าอย่างจัง แต่อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ไฟไหม้ระทึกกลางเมืองลำปาง บ้านทั้งหลังวอด คาดไฟฟ้าลัดวงจร

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2559 เวลาประมาณ 18.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์วิทยุทิพย์ช้าง สภ.เมืองลำปาง ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีทางโทรศัพท์ว่ามีเหตุไปกำลังลุกไหม้บ้าน เลขที่ 65/1 บ้านท่าขัว หมู่ 4 ต.บ่อแฮ้ว อ.เมือง จ.ลำปาง หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้เคียง และแจ้งให้ ร.ต.ท.จำเริญ คุนา เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจตำบลบ่อแฮ้วออกตรวจสอบเหตุเบื้องต้น ก่อนจะรายงานให้ทางผู้บังคับบัญชา และร.ต.อ.ณรงค์ อินตา รองสว.สอบสวนออกตรวจสอบ พบว่าไฟได้โหมลุกไหม้บ้านซึ่งก่อสร้างเป็นบ้านไม้สองชั้น ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทางเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลและ อบต.บ่อแฮ้ว รวมทั้งรถและเจ้าหน้าที่ของ ศูนย์ปภ.เขต 10 ลำปาง ได้ช่วยกันฉีดน้ำสกัดไฟที่ลุกไหม้นานเกือบชั่วโมง แต่ไฟก็ได้ไหม้บ้านหลังดังกล่าวจนเหลือแต่ตอตะโก โดยที่ไม่ลุกลามไปยังบ้านข้างเคียงแต่อย่างใด  บ้านหลังดังกล่าวนี้เมื่อหลายปีก่อนทางเจ้าของบ้านคือนางอังคณา พิชัยอ้น ได้ทำเป็นร้านอาหารชื่อร้านดาวอังคารมาเป็นเวลาหลายปี และภายหลังได้เลิกกิจการหลายอาหาร แต่ก็ยังพักอาศัยบ้านหลังดังกล่าวซึ่งอยู่ด้านหลังมาโดยตลอด จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ ภายหลังทราบว่านางอังคณาไม่ได้อยู่บ้านไปทำธุระต่างจังหวัด ส่วนสามีออกไปซื้อของใกล้ๆ เพื่อนบ้านเปิดเผยว่าได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นจากชั้นสอง ก่อนไฟบุกไหม้รุนแรง และได้พยายามใช้น้ำดับไฟแต่ไม่สามารถที่จะต้านได้ ส่วนสาเหตุของการที่เพลิงไหม้ในครั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ประกอบกับบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านไม้เก่าทั้งหลังซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีจึงทำให้ถูกไหม้มอดไปทั้งหลัง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน มาทำการตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้งต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

บุกยิงต่อหน้าแฟนสาว หนุ่มร้านอาหารดับ ตร.คาดปมชู้สาว

วันที่ 12 ก.ค. ร.ต.อ.พนม มะธุระ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.นาขยาด จ.พัทลุง ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส ที่บ้านเช่าเลขที่ 240/4 หมู่ 1 ต.แพรกหา อ.ควนขนุน จ.พัทลุง จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.อ.พินิจ ฤทธิเดช ผกก.สภ. เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และหน่วยกู้ชีพ อบต.แพรกหาที่เกิดเหตุเป็นบ้านเช่าชั้นเดียว จากการตรวจสอบภายในห้องนอนพบรอยเลือดจำนวนหนึ่ง ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลพัทลุงไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือนายอำพล ไกรเทพ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71 หมู่ 13 ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดเข้าที่ราวนมซ้าย 1 นัด จากการสอบสวนทราบว่า นายอำพล ทำงานอยู่ร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งริมถนนเอเชีย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง และได้มาเช่าห้องพักอยู่กับเพื่อนพนักงานที่บ้านหลังดังกล่าว ก่อนเกิดเหตุขณะที่นายอำพล นอนพักอยู่ในห้องนอน โดยมี น.ส.ปาจิราย์ ชุมภูทอง อายุ 25 ปี ชาวอ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง แฟนสาวมาพักอยู่ด้วย ระหว่างนั้นก็มีชายวัยรุ่น 2 คน ขับรถจยย.มาจอดหน้าบ้าน จากนั้นคนซ้อนท้ายได้ลงจากรถ เดินเข้าไปในบ้านแล้วเปิดประตูห้องเข้าไปจ่อยิงนายอำพล ต่อหน้าแฟนสาวไป 1 นัด ก่อนวิ่งไปขึ้นรถจยย.หลบหนีไปเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะมาจากปัญหาเรื่องชู้สาว ซึ่งตำรวจจะเร่งสอบสวนเพื่อนพนักงานร้านอาหารที่เช่าห้องพักอยู่ด้วยกัน และแฟนสาวที่อยู่ในห้องพัก เนื่องจากมีพยานในเหตุการณ์จำหน้าและชื่อเล่นของคนร้ายได้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถจับกุมตัวได้ในเร็วๆ นี้

ที่มา>>>ข่าวสด

เช็คบิลไม่มีเงินจ่าย!! สั่งปิดร้าน อดีตปลัดถามใหญ่มาจากไหน-ถูกยิงสาหัส หนุ่มโดดช่วยตาย

 เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 22 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันที่ร้านอาหารวรรณคาราโอเกะ เลขที่ 119/34 หมู่ 1 ตลาดซอย 1 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมผู้บังคับบัญชา แพทย์เวร รพ.ชลบุรี และ กู้ภัยมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ พบภายในร้านคาราโอเกะ โต๊ะอาหารล้ม มีเศษขวดแตกเกลื่อน ที่พื้นพบร่างนายภูมิชาย อิสสระวิริยกุล อายุ 50 ปี อดีตปลัดอำเภอเกาะสีชัง ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 มม. เข้าที่บริเวณคาง 2 นัด ไหล่ขวา 1 นัด นอนจมกองเลือด ร้องครวญครางอาการสาหัส กู้ภัยฯ รีบนำร่างส่ง รพ.ชลบุรี ห่างออกมาเล็กน้อยพบศพนายฉลาด อนุรักษ์ อายุ 46 ปี อยู่ หมู่ 3 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี ถูกยิงนอนเสียชีวิตข้างเวทีดนตรี สอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์ เผยว่า มือปืนที่ยิงมานั่งในร้านก่อนและได้โทรเรียกผู้ตายและบาดเจ็บมานั่งดื่มกินกัน จนทั้งหมดเมาและร้านเลิก ขอเช็กบิล แต่มือปืนบอกว่าไม่มีเงิน มีอยู่ 300 บาทเอง และได้บอกให้ปิดร้านเลย อย่าเปิดอีก ทางผู้บาดเจ็บจึงได้บอกว่า ใหญ่มาจากไหนถึงสั่งปิด หลังจากนั้นได้ทะเลาะกันจนชกต่อยกันล้มลง ผู้ตายได้มาช่วยผู้บาดเจ็บ จนเกิดชกกันอีกคู่ จนกระทั่งผู้ชายใส่เสื้อดำได้ชักอาวุธปืนยิงใส่ผู้ตายอย่างใจเย็น จนฟุบลง และเสียชีวิตคาที่ หลังจากนั้นได้หันมายิงอดีตปลัดอีกหลายนัดจนล้มลง แล้วก็เดินออกจากร้านไปขึ้นรถเก๋งสีดำอย่างใจเย็น ขับหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อจะได้ติดตามจับกุมมือปืนโหดมาดำเนินคดีต่อไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจรู้แล้วว่ามือปืนเป็นใคร

ที่มา>>>ข่าวสด

กระบะพุ่งชนร้านซ่อม จยย. เลย ครอบครัวเจ้าของหนีทัน คนในรถสาหัส 2

เกือบไม่รอด! หนุ่มเลยซิ่งกระบะพุ่งชนร้านซ่อมจักรยานยนต์อย่างแรง ครอบครัวเจ้าของร้านหนีตายกระเจิงคนละทิศทาง ทำร้าน-รถลูกค้าพังยับ ส่วนคนในรถพบเป็นแฟนกัน สาหัสทั้งคู่ คาดทะเลาะกันจนเกิดเหตุ

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 23 พ.ค. 59 พ.ต.ท.ไพรัช จันสิงห์ สว.สส.สภ.ด่านซ้าย จ.เลย ได้รับแจ้งมีเหตุรถกระบะพุ่งชนร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ที่ทางแยกบ้านหัวนายูง หมู่ 14 เขตเทศบาลตำบลด่านซ้าย หลังรับแจ้งประสานไปยังแพทย์ รพ.สมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย กู้ภัยสว่างคีรีธรรม จุดด่านซ้าย ตรวจสอบทันที

ที่เกิดเหตุเป็นร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ชื่อ จ.เจริญยนต์ เป็นอาคาร 2 ชั้น 4 คูหา เลขที่ 174/1 หมู่ 14 บ้านหัวนายูง ต.ด่านซ้าย อ.ด่านซ้าย จ.เลย พบรถกระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน บบ 9188 เลย พุ่งเข้าไปภายในร้านทางประตูที่ 3 และจอดแน่นิ่งที่บันไดขึ้นบ้านชั้น 2 สภาพรถเสียหายทั้งคัน พบผู้บาดเจ็บ 2 ราย ติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยรีบช่วยเหลือนำร่างออกมาจากรถ อาการสาหัส ทราบชื่อ นายเพียงภิงค์ โพธิ์ปลัด อายุ 34 ปี อยู่ที่ 73 หมู่ 9 ต.กกสะทอน อ.ด่านซ้าย จ.เลย เป็นคนขับ และ น.ส.สร้อยสน รอบจังหวัด อายุ 37 ปี อยู่ที่ 213/1 หมู่ 9 ต.บ้านป่า อ.เมืองพิษณุโลก แฟนสาว นำตัวทั้ง 2 คน ส่ง รพ.สมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย เป็นการด่วนพังยับ! โชคดีไม่มีคนเสียชีวิต ครอบครัวเจ้าของร้านซ่อมจยย.หนีตายทัน คนในรถเจ็บ 2 ราย

สำหรับสภาพในร้าน พบรถจักรยานยนต์ของลูกค้าที่นำมาซ่อมอยู่ใต้ท้องรถ เสียหายร่วม 10 คัน ข้าวของในร้าน อะไหล่รถกระจัดกระจายเสียหาย ไฟฟ้าภายในบ้านขาด เสาปูนบ้านแตกหัก บันไดปูนแตก กำแพงปูนร้าวทะลุไปยังบ้านที่อยู่ติดกัน เบื้องต้น ค่าเสียหายกว่า 2 ล้านบาท ส่วน น.ส.ประกายแก้ว ประสมทรัพย์ อายุ 26 ปี เจ้าของร้าน ยืนอยู่ด้วยอาการตกใจ

น.ส.ประกายแก้ว เล่าว่า นั่งอยู่หน้าร้านพร้อมกับแม่ ลูกชาย และญาติ รวม 4 คน ที่ประตู 2 จู่ๆ รถคันดังกล่าวตรงมาจากทางแยก ขับมาอย่างเร็วไม่ได้เหยียบเบรก พุ่งเข้ามาบริเวณที่นั่งอยู่ ทุกคนต่างตกใจกระโดดหนีตายไปคนละทิศคนละทาง ส่วนรถกระบะวิ่งพุ่งเข้าชนที่ประตูที่ 3 จนสียงดังสนั่น และพบว่าทั้ง 2 คนในรถได้รับบาดเจ็บสาหัสสภาพรถกระบะพุ่งชนร้านซ่อมจยย. ที่เลย

จากการสอบสวนทราบว่า นายเพียงภิงค์ และ น.ส.สร้อยสน มักมีปากเสียงกันอยู่เป็นประจำ พักอาศัยอยู่ที่บ้านญาติอยู่ติดกับร้านซ่อมจักรยานยนต์ ก่อนเกิดเหตุ นายเพียงภิงค์ ขับรถไปรับแฟนสาวที่ร้านอาหาร ซึ่งห่างออกไปประมาณ 400 เมตร คาดว่าทั้งคู่คงมีปากเสียงทะเลาะกัน จนทำให้ นายเพียงภิงค์ เกิดความโมโหเหยียบคันเร่งอย่างเร็ว และอาจมีการฉุดกระชากพวงมาลัยรถ จนทำให้เสียหลักพุ่งเข้าชนร้านซ่อมจักรยานยนต์ดังกล่าว.

ที่มา>>>Thairath