จับคาหนังคาเขา! สาวเอาเทปปิดทะเบียนรถ สารภาพเตรียมซิ่งเกินกำหนด

เรื่องราวของหนุ่มสาวเตรียมทำผิดกฏหมายจราจร แต่โดนตำรวจจับได้ชนิดคาหนังคาเขา เพจ China Xinhua News รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจีนตรวจจับการกระทำผิดของหนุ่มสาวคู่หนึ่งได้คาหนังคาเขา หลังพบหญิงสาวนั่งยองและใช้เทปกาวปิดป้ายทะเบียนรถยนต์สีขาว ซึ่งจอดอยู่บนเลนฉุกเฉินของทางด่วนเซี่ยงไฮ้-ฉงชิ่ง ช่วงเมืองจิงโจว มณฑลหูเป่ยทางตอนกลางของจีน เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมา

เริ่มแรกหญิงสาวไม่รู้ตัวว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ด้านหลังจนกระทั่งเธอหันมาเหลือบเห็นด้วยอาการตกใจ ฝ่ายชายหนุ่มคนขับก็อ้างว่าไม่รู้แฟนสาวของเขาลงไปนั่งทำอะไรอยู่นอกรถตั้งนานสองนาน

อย่างไรก็ดี พอจำนนต่อหลักฐานจากกล้องบันทึกภาพของเจ้าหน้าที่ เขาก็รับสารภาพว่าได้บอกให้ฝ่ายหญิงลงไปปกปิดป้ายทะเบียนรถ เพราะตั้งใจจะขับรถด้วยความเร็วเกินกฎหมายกำหนด และไม่อยากถูกกล้องวงจรปิดบนถนนจับภาพเพื่อเอาผิดทีหลัง

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

เบนซ์ป้ายแดงเสยยับ!! ท้ายรถพ่วง สลด‘ส.ต.อ.’เพิ่งวิวาห์ดับสยอง คนขับโผล่จากรถเผ่นหาย

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 1 ก.พ. พ.ต.ท.รชกร สิริแสวง พนักงานสอบสวน สภ.หนองแค จ.สระบุรี รับแจ้ง มีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งยี่ห้อเบนซ์ ใหม่เอี่ยมป้ายแดง ชนท้ายรถบรรทุกพ่วง มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ บนถนนพหลโยธินช่องทางคู่ขนานฝังขาล่องเข้า กทม. ระหว่างหลัก ก.ม.ที่ 99-100 ก่อนถึงด่านชั่งน้ำหนักรถบรรทุกเล็กน้อย ท้องที่ หมู่ 4 ต.หนองนาก อ.หนองแค จ.สระบุรีที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งยี่ห้อเบนซ์ สีขาว ป้ายแดง รุ่น BLUETEC HiBIRD ทะเบียน อ-6520 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าฝั่งซ้ายมือพังยับเยิน ยางล้อหน้าแตกทั้งสองข้าง ในที่นั่งคู่คนขับมีผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงรีบนำส่ง รพ.สระบุรีส่วนที่นั่งเบาะหลัง พบศพ ส.ต.อ.บัณฑิต วรรณทองสุข ครูฝึกในศูนย์ฝึกโรงเรียนตำรวจภูธรภาค 1 สระบุรี เสียชีวิตฟุบคว่ำหน้าติดพนักพิงเบาะคู่ด้านหน้าคนขับ กะโหลกศีรษะยุบ ภายในเก๋งพบเสื้อผ้าแขวนอยู่หลายชุด พร้อมอาวุธปืน ขนาด 11 ม.ม. ตกอยู่ 1 กระบอก หมวกเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 ใบ
นายกานต์ กรัญชัย อายุ 30 ปี คนขับรถบรรทุกพ่วงยี่ห้ออีซูซุ ส่วนหัวหมายเลขทะเบียน 82-6535 ลพบุรี ส่วนพ่วงทะเบียน 82-7621 ลพบุรี เป็นรถคู่กรณีจอดรอให้การอยู่ ได้ความว่า ขณะตนขับรถคันดังกล่าวบรรทุกกากอาหารจาก อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ไปส่งที่ จ.นครปฐม ได้ชะลอรถเพื่อเตรียมเข้าด่านชั่งน้ำหนัก จู่ๆได้มีรถเบนซ์คันดังกล่าววิ่งด้วยความเร็วเหมือนไม่ได้เบรกเลยพุ่งเข้าชนส่วนท้ายรถพ่วงด้านขวาจนยุบมาถึงยางล้อหลัง (พ่วง) ตนจึงได้จอดรถลงไปดู พบคนขับเป็นชายรูปร่างท้วม สวมเสื้อปักที่หน้าอกว่าครูฝึกพูดคุยเพียงสองสามคำ ชายคนดังกล่าวได้เดินข้ามถนนหายตัวไปสอบสวนต่อมาทราบว่า ผู้ที่มากับรถเบนซ์เป็นเจ้าหน้าที่ทั้งหมดมาด้วยกัน 3 นาย คือ ผู้เสียชีวิต ส.ต.อ.บัณฑิต วรรณทองสุข ผบ.หมู่ ครูฝึกฯ (นั่งเบาะหลัง) ผู้บาดเจ็บ คือ ร.ต.ท.สุขสันต์ พลทามูล อายุ  47 ปี ผบ.หมวดใน(ศูนย์ฝึก) นั่งเบาะหน้าคู่กับคนขับที่หายตัวไป เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นเดียวกันที่มาเข้าอบรมนายร้อยตำรวจ ทราบอายุ 53 ปี (ยังไม่ทราบชื่อและสังกัด) เบื้องต้นทราบว่าหลังจบการฝึกเมื่อค่ำวานนี้ (31 ม.ค.60) ได้มีการจัดงานเลี้ยงขึ้นภายในศูนย์ฝึกตำรวจภูธร ภาค 1 หลังงานเลี้ยงเลิกเมื่อเวลาประมาณห้ามทุ่มเศษ ตำรวจทั้ง 3 นายได้พากันขับรถคันดังกล่าวออกจากศูนย์ฝึกฯ ไปเที่ยวกันต่อในตัวเมืองสระบุรี

คาดว่าขณะเดินทางกลับคาดว่าจะหลับใน เจ้าหน้าที่จะได้เรียกคนขับที่หายตัวไปมาสอบข้อเท็จจริงต่อไป สำหรับ ส.ต.อ.บัณฑิต ผู้ตาย เพื่อนๆร่วมงานแจ้งว่าเพิ่งแต่งงานเมื่อเดือน ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมานี้เอง แต่ก็มาเสียชีวิตสลดดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

จับหนุ่มลอบขนใบกระท่อมรายใหญ่ 600 ก.ก.ซุกมิวเซเว่น นัดส่งลูกค้าในรีสอร์ทที่กระบี่

เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 25 ม.ค. พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ ผู้กำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม นำกำลังตำรวจกองปราบเข้าบุกจับกลุ่มผู้ค้าใบกระท่อมรายใหญ่ และเป็นกลุ่มค้าใบกระท่อม ข้ามชาติ ภายในซอย 19 ถนนรอบเมือง ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ได้ของกลางพืชใบกระท่อม 600 กิโลกรัม ซุกซ่อนในรถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุ มิว 7 สีบรอนซ์ ป้ายทะเบียน ชล3927 ชลบุรี ผู้ต้องหา 1 ราย คือนายมะฮามิด หรือมิด นิเซ็ง อายุ 37 ปี เป็นคนขับรถส่งใบกระท่อม และภายในซอยยังมีบ้านที่เอาไว้ขนถ่ายใบกระท่อม ที่ลักลอบขนมาจากชายแดนไทย-มาเลเซีย (ด่านนอก)จากการสอบสวนนายมะฮามิด ทราบว่าเป็นคนขับรถส่งใบกระท่อมไปส่งลูกค้าที่ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ทำมาแล้ว 3 ครั้ง ได้ค่าจ้างครั้งละ 10,000 บาท และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 กำลังจะขนใบกระท่อมไปส่งลูกค้าที่รีสอร์ท แห่งหนึ่งใน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ แต่เจ้าหน้ามาจับก่อนรายงานข่าวว่า ตำรวจกองปราบได้นำตัวนายมะฮามิดมาสอบขยายผลที่กองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม จ.สงขลา ว่าใบกระท่อมทั้งหมดเป็นของใคร และแจ้งข้อหา มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ที่มา>>>ข่าวสด

ยอดดอยอินทนนท์ 4 องศา นักท่องเที่ยวนับหมื่นสัมผัสหนาวคึกคัก

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 12 ธค 59 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจาก นายรุ่ง หิรัญวงษ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทองเชียงใหม่ ว่า อุณหภูมิที่ยอดดอยอินทนนท์ อุณหภูมิวัดได้ 4 องศา อากาศเปิด ลมแรง ไม่มีเหมยขาบ ที่กิ่วแม่ปานอุณหภูมิต่ำสุดวัดได้ 5 องศา ที่ทำการอุทยานฯ วัดได้ 10 องศา นักท่องเที่ยวคึกคุักทะลุหมื่นคนต่อวันในช่วงวันหยุด การจราจรหนาแน่น ที่พักที่จอดรถเต็มเจ้าหน้าที่อุทยานและตำรวจประสานกันอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ นักท่องเที่ยวได้เห็นพระอาทิตย์ยามเช้า ทะเลหมอกที่สวยงาม และอุณหภูมิลดลงเรื่อย ๆ จุดเดินศึกษาธรรมชาติและมุมบันทึกภาพที่ระลึก นักท่องเที่ยวมากทั้งจุดป้ายบอกอุณหภูมิ ป้ายบอกสูงสุดแดนสยาม และจุดป้ายต่าง ๆ โดยมีการเซลฟี กันอย่างมีความสุข ตามจุดตามมุมต่่าง ๆ บนดอยอินทนนท์201612120819487-20021028190510ส่วน สถิตินักท่องเที่ยวยานพาหนะประจำวันที่ 11ธ.ค.59 นักท่องเที่ยว = 9,550คน นักท่องเที่ยว ต่างชาติ = 450 คน จักรยานยนต์ = 400 คัน รถยนต์ = 2,100 คัน โดยสถิตินักท่องเที่ยวเมื่อวานนี้ น้อยกว่า เมื่อวันที่ 10 ธค 59 และวันนี้คาดว่านักท่องเที่ยวยังคงหนาแน่น เรือนหมื่นเช่นเคย201612120819486-20021028190510ผู้สื่อข่าวรายงานว่านอกจากดอยอินทนนท์ แล้่ว สถานที่ท่องเที่ยวจุดต่าง ๆ ในเชียงใหม่ ทั้งดอยอ่างขาง ดอยผ้าห่มปก อ.ฝางเชียงใหม่ ดอยหลวงเชียงดาว อ.เชียงดาว ดอยม่อนแจ่ม อ.แม่ริม ดอยสุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ ห้วยน้ำดัง อ.แม่แตงเชียงใหม่ รวมทั้งน้ำตกตามจุดต่าง ๆ แต่ละอำเภอนักท่องเที่ยวพากันแห่เที่ยวกันอย่างคึกคักไม่แพ้ที่ดอยอินทนนท์ และในตัวเมืองเชียงใหม่ ย่านเศรษฐกิจ เชียงใหม่ไนท์บาร์ซ่า,ย่านถนนนิมานเหมินทร์ และตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ คนแห่ไปเที่ยวกันอย่างคึกคักเช่นกัน ร้านกาแฟ แต่ละแห่งในหลายแห่ง คนนิยมเข้าไปนั่งกันจำนวนมาก ทำให้บรรยากาศการท่องเทีย่วและเศรษฐกิจเรื่องการค้าขายคึกคัก รวมทั้งย่านขายของที่ระลึกต่าง ๆ และเครื่องเงิน เครื่องเขิน ไม้แกะสลัก ตามจุดต่า งๆ นักท่องเที่ยวให้ความสนใจพากันหาซื้อกันจำนวนมาก ก่อนสิ้นปี201612120817268-20021028190510นายวรพจน์ คุณาวิวัฒนางกูร เวร พยากรณ์อากาศศุนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ ได้รายงานมาาว่า บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกาลังปานกลางจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทาให้บริเวณภาคเหนือมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปในช่วงตลอดระยะปลายสุดสัปดาห์นี้ ภาคเหนือตอนบนอากาศค่อนข้างหนาวถึงหนาว กับมีหมอกในตอนเช้า

สำหรับบริเวณเทือกเขาและยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่าสุดประมาณ 07-10 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 29-32 องศาเซลเซียสอุณหภูมิต่าสุด 13-17 องศาเซลเซียสลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กิโลเมตร/ชั่วโมง จังหวัดเชียงใหม่อากาศค่อนข้างหนาวถึงหนาวกับมีหมอกในตอนเช้า สาหรับบริเวณเทือกเขาและยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่าสุดประมาณ 07-10 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 30-31 องศาเซลเซียสอุณหภูมิต่าสุด 16-17 องศาเซลเซียสลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ที่มา>>>ข่าวสด

(คลิป)หวาดเสียวมาก! เก๋งพุ่งชนพ่อแม่ลูกจูงมือข้ามถนน เด็กกระเด็นติดใต้ท้องรถ

สถานีโทรทัศน์ เวสตี ของรัสเซียเผยคลิปวิดีโออุบัติเหตุบนถนนในกรุงมอสโกของรัสเซีย ขณะที่รถยนต์บริษัทรักษาความปลอดภัยเลี้ยวพุ่งเข้ามาหาพ่อแม่ลูกขณะเดินข้ามถนน แล้วชนเด็กหญิงกระเด็นล้มลงไป เมื่อวันที่ 26 ส.ค. แต่รถยังมีแรงเฉื่อยจึงวิ่งต่อไปอีก จนกระทั่งเด็กหญิงติดอยู่ใต้ท้องรถ แม่และพลเมืองดีจำนวนมากวิ่งเข้ามาช่วยกันยกตะแคงข้างรถเพื่อให้เด็กหญิงออกมา โดยพ่อและลูกสาวได้รับบาดเจ็บถูกส่งรักษาโรงพยาบาล ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่

ที่มา>>>ข่าวสด

พิษพายุถล่มหนัก! รถนับร้อยคันพังเละ-จมหล่มโคลนที่เมืองซีหนิง

  เพจ China Xinhua News รายงานว่า เมื่อกลางดึกของวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้เกิดพายุฝนกระหน่ำขึ้นกระทันหันที่เมืองซีหนิงในมณฑลชิงไห่ของประเทศจีน ทำให้มีลานจอดรถแห่งหนึ่งในเขตตะวันออกของเมืองที่มีรถจอดอยู่หลายร้อยคันถูกพายุถล่มจนมีรถนับร้อยคันถูกพัดเข้าไปติดหล่มโคลน สร้างความเสียหายให้กับชิ้นส่วนภายนอกของตัวรถยนต์หลายคัน นอกจากนี้ยังมีบางคันที่แทบจะจมมิดในโคลน โดยเจ้าหน้าที่คาดว่ารถที่ได้รับความเสียหายมีประมาณ 100 คัน

ที่มา>>>ข่าวสด

ช็อกงานบวชเลือด!! หนุ่มซิ่งพุ่งชนรถสาวหล่อ-แฟนสาว เสยจยย.-ยาย ตายสยอง2ศพ

 งานบวชเลือด หนุ่มขับกระบะพุ่งชนสาวหล่อ พร้อมยายวัย 65 เดินริมถนนดับคาที่ แฟนสาวหล่อพร้อมเพื่อนบาดเจ็บสาหัส ตำรวจรู้ตัวแล้วเร่งติดตามจับกุมมาดำเนินคดี วันที่ 15 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.20 น. วันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.วิสูตร พูลพิพัฒน์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.บ้านแหลม รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะชนรถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน บริเวณหน้าร้านเค้กชาวเล ต.ปากทะเล อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย และมีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 2 ราย จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยร่วมสนับสนุน พร้อมรุดตรวจสอบ ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนสายในเส้นทางก่อนถึงทางแยกปากทะเล ต.ปากทะเล อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี พบผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย เป็นหญิงสูงอายุ 1 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ นางศรี อยู่มุด อายุ 65 ปี อยู่ หมู่ 3 ต.ปากทะเล อ.บ้านแหลม และหญิงสาววัยรุ่นอีก 1 ราย ทราบชื่อภายหลัง คือ น.ส.สุกัญญา รุ่งสว่าง ลักษณะเป็นสาวหล่อ อายุ 21 ปี อยู่ หมู่ 3 ต.ปากทะเล อ.บ้านแหลม นอนเสียชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุ สภาพเลือดท่วมใบหน้า แขนขาหัก ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าดรีม สีฟ้าขาว ทะเบียนป้ายแดง 250 เพชรบุรี ส่วนอีก 1 คัน เป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ยามาฮ่ามีโอ สีน้ำเงิน ทะเบียน หลร 596 เพชรบุรี ล้มอยู่ริมไหล่ทาง สภาพพังเสียหายทั้ง 2 คัน ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 ราย เป็นหญิงอาการสาหัส ไม่ทราบชื่อ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเพชรบุรี

จากการตรวจสอบพบว่า ห่างจากจุดเกิดเหตุมีการจัดงานอุปสมบท และมีการจัดเลี้ยงมาตั้งแต่ช่วงเย็นก่อนเกิดเหตุ ซึ่งผู้ตาย ผู้บาดเจ็บและผู้ก่อเหตุ ยกเว้นนางศรี ได้มาร่วมงานเลี้ยงดังกล่าว ระหว่างที่ทั้งหมดอยู่ภายในงานทราบว่า น.ส.สุกัญญา ผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ รวมถึงผู้ก่อเหตุ ที่ทราบเพียงชื่อเล่นว่า “เกมส์” บ้านอยู่ตำบลบางขุนไทร อ.บ้านแหลม ได้มีปากเสียงและทะเลาะกันภายในงาน หลังงานเลี้ยงเลิก น.ส.สุกัญญา ที่มีลักษณะเป็นสาวหล่อ ที่เสียชีวิต ได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากงาน พร้อมกับแฟนสาว โดยมีรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย รวมทั้งของชาวบ้านขี่ออกจากงานตามๆ กันมา ส่วนนางศรี ได้เดินมาตามหลานภายในงานและอยู่ระหว่างเดินกลับเช่นกัน ผู้ก่อเหตุที่มีชื่อเล่นว่า เกมส์ ได้ขับรถยนต์กระบะ แบบตอนเดียว สีบรอนซ์เงิน ด้านหลังมีแผงเหล็ก ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ตามหลังออกมาจากงานเช่นกัน และเหยียบคันเร่งพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของ น.ส.สุกัญญา อย่างเต็มแรง รวมทั้งชนรถจักรยานยนต์ของผู้บาดเจ็บอีก 1 คันที่ขี่ตามกันมา รวมทั้ง นางศรี ที่เดินอยู่ริมถนน กระเด็นไปคนละทิศละทาง เป็นเหตุให้ น.ส.สุกัญญา เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ ส่วนแฟนสาวของ น.ส.สุกัญญา และเพื่อนอีก 1 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนนางศรี ได้กระเด็นตกลงไปในคลองริมถนนเสียชีวิตในที่เกิดเหตุเช่นกัน หลังก่อเหตุ นายเกมส์ ได้ขับรถกระบะ ออกจากจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว

เบื้องต้นตำรวจได้ติดตามผู้ก่อเหตุพร้อมรถกระบะที่ขับหลบหนี แต่ก็ยังหาไม่พบ ซึ่งตำรวจทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว จะเร่งติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ที่มา>>>ข่าวสด

แหกด่านได้เรื่อง!! กระบะขนต่างด้าวเหินตกคูน้ำ ทหารควบฮัมวี่ไล่ล่าพุ่งทับรถ เจ็บ31คน

 วันที่ 24 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 20.00 น. วันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.บำรุง วสุนทรานิติกุล รอง ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งเหตุ รถยนต์พลิกคว่ำมีผู้บาดเจ็บหลายราย จึงแจ้งให้ พล.ต.ต.สุรนิตย์ พรหมบุตร ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ทราบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ อุปกรณ์ตักถ่าง รุดไปยังที่เกิดเหตุ บริเวณคูน้ำข้างทางบ้านห้วยน้ำใส ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พบรถยนต์นิสสัน นาวารา สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน บจ 3206 พังงา ใกล้กันพบรถยนต์ทหารฮัมวี่สีเขียวทับอยู่ด้านบน ตกอยู่ข้างคูน้ำ มีผู้บาดเจ็บหลายราย เจ้าหน้าที่ช่วยกันลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จากการสอบสวนทราบว่า รถยนต์นิสสันได้บรรทุกแรงงานต่างด้าวชาวพม่าหลบหนีจากบ้านพุน้ำร้อน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยมีรถยนต์ทหารไล่ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด เมื่อมาถึงบริเวณสี่แยกแก่งเสี้ยนได้แหกด่านหลบหนี ซึ่งขณะเกิดเหตุได้มีฝกตกอย่างหนักในเขตตัวเมืองกาญจนบุรี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้ลื่นไถลตกข้างทาง ทำให้ผู้ที่มาด้วยได้รับบาดเจ็บดังกล่าว พ.อ.สุทธิพงษ์ พืชมงคล รองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 9 กล่าวว่า สำหรับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวเป็นรถที่ลักลอบขนแรงงานต่างด้าวชาวพม่าเข้ามาทำงานในไทย ซึ่งฝ่ายทหารได้สืบทราบข่าวว่าจะมีการเดินทางผ่านบริเวณบ้านพุน้ำร้อน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จึงดำเนินการตั้งจุดสกัดจับกุม แต่รถดังกล่าวได้ขับฝ่าด่านและหลบหนีเข้ามาในพื้นที่ตำบลปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยมีรถยนต์ฮัมวี่ทหารไล่ติดตามมาจำนวนหนึ่งคัน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางดินลูกรังและไม่มีไฟส่องสว่าง คนขับรถยนต์กระบะน่าจะไม่ชำนาญเส้นทางได้ขับรถพุ่งตกลงไปในคูน้ำที่อยู่สุดถนนพอดี ก่อนที่รถยนต์ทหารที่วิ่งมาด้วยความเร็วจะพยายามหยุดแต่ช่วงก่อนหน้าเนื่องจากมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ถนนลื่น รถยนต์ทหารจึงพุ่งตกลงไปทับรถยนต์กระบะ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 31 คน สาหัส 2 คน โดยพบว่ามีเด็กอยู่ในรถด้วย สำหรับรถยนต์กระบะมีนายต้นรัก จำรุญโชติกอบจิต ซึ่งเป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ส่งตัวมารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไว้สอบปากคำและดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด