จับหนุ่มลอบขนใบกระท่อมรายใหญ่ 600 ก.ก.ซุกมิวเซเว่น นัดส่งลูกค้าในรีสอร์ทที่กระบี่

เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 25 ม.ค. พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ ผู้กำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม นำกำลังตำรวจกองปราบเข้าบุกจับกลุ่มผู้ค้าใบกระท่อมรายใหญ่ และเป็นกลุ่มค้าใบกระท่อม ข้ามชาติ ภายในซอย 19 ถนนรอบเมือง ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ได้ของกลางพืชใบกระท่อม 600 กิโลกรัม ซุกซ่อนในรถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุ มิว 7 สีบรอนซ์ ป้ายทะเบียน ชล3927 ชลบุรี ผู้ต้องหา 1 ราย คือนายมะฮามิด หรือมิด นิเซ็ง อายุ 37 ปี เป็นคนขับรถส่งใบกระท่อม และภายในซอยยังมีบ้านที่เอาไว้ขนถ่ายใบกระท่อม ที่ลักลอบขนมาจากชายแดนไทย-มาเลเซีย (ด่านนอก)จากการสอบสวนนายมะฮามิด ทราบว่าเป็นคนขับรถส่งใบกระท่อมไปส่งลูกค้าที่ อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ทำมาแล้ว 3 ครั้ง ได้ค่าจ้างครั้งละ 10,000 บาท และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 กำลังจะขนใบกระท่อมไปส่งลูกค้าที่รีสอร์ท แห่งหนึ่งใน อ.คลองท่อม จ.กระบี่ แต่เจ้าหน้ามาจับก่อนรายงานข่าวว่า ตำรวจกองปราบได้นำตัวนายมะฮามิดมาสอบขยายผลที่กองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม จ.สงขลา ว่าใบกระท่อมทั้งหมดเป็นของใคร และแจ้งข้อหา มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดสลด! มัวแต่ถ่ายรูปเพื่อนเมาโปรตกคลองโพสต์เฟซบุ๊ก สุดท้ายชักจมน้ำดับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการแชร์เรื่องราวในโลกออนไลน์ถึงเหตุการณ์จมน้ำเสียชีวิตของชายหนุ่มคนหนึ่ง โดยสมาชิกเฟซบุ๊ก Day Charukiat Naktipvan ได้ระบุเหตุการณ์ดังกล่าวว่า “เพื่อนเมาโปร (ยาเสพติด) และลงไปเก็บโทรศัพท์ในคลอง แต่ไม่เจอมีคนอยู่ในเหตุการณ์ถ่ายภาพอยู่ตอนลงไปก่อนจะเสียชีวิต ซึ่งได้ระบุอีกว่า เพื่อนคนดังกล่าวยกมือขึ้นแล้วแต่ไม่มีใครช่วย ยืนมองจนเพื่อนชักและจมหายไป เมื่อตามคนไปช่วยก็ไม่ทันการณ์และเสียชีวิตดังกล่าว”

พร้อมทั้งยังระบุว่า “ทำไมไม่ช่วยเพื่อนกู!! 😢 มึงเห็นมือเพื่อนกูป่าวว!! มันรอมือพวกมือช่วยดึงมันขึ้นมาอยู่อะ แต่พวกมึงไม่สนใจกับเอาแต่ถ่ายรูปด้วยความสนุกของพวกมึงกัน กับ 1 ชีวิตมันคุ้มอ่อ ที่พวกมึงต้องมานั่งหัวเราะกันแบบนี้อะ มึงเห็นเพื่อนกูเป็นตัวตลกในสายตามึงกันอ่อ 😢 (เพื่อนกูต้องมาตายเพราะความสนุกของพวกมึง) 😢 ถ้ากูอยุ่เพื่อนกูคงไม่เป็นศพหรอก”อย่างไรก็ตาม พบว่ามีสมาชิกเฟซบุ๊กอีกราย ซึ่งเป็นเพื่อนหนุ่มที่เสียชีวิตเช่นกัน ได้โพสต์หลักฐานว่า ก่อนที่จะทราบข่าวการเสียชีวิต เพื่อนที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ส่งภาพมาให้ดูว่า นน (ผู้เสียชีวิต) ได้ตกลงไปในน้ำ ซึ่งพบว่า น้ำลึกประมาณหน้าอก และยังมีลักษณะยิ้มแย้ม เฮฮากับเพื่อนที่อยู่ด้านบน พร้อมกับส่งภาพมาให้เพื่อนดูเพื่อชวนออกมาด้วยกัน

ที่มา>>>ข่าวสด

จับตาย!! แก๊งยาเสพติดรายใหญ่ ยิงสู้เดือดตร. ถล่มรถพรุนกว่า30รู(คลิป)

 เมื่อเวลา 03.30 น. วันที่ 14 ก.ย. พ.ต.ต.ศุภชัย ศรีเสถียรวงศ์ สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสระบุรี รับแจ้งมีเหตุวิสามัญคนร้ายคดียาเสพติดที่บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท.ถนนมิตรภาพ ขาเข้า ต.ตลิ่งชัน อ.เมือง จ.สระบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมแพทย์นิติเวช และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ที่เกิดเหตุพบคนร้าย ทราบชื่อภายหลัง คือ นายสุรศักดิ์ บุญทับ อายุ 24 ปี ถูกยิงเสียชีวิตที่บริเวณประตูรถเก๋งฮอนด้า เอชอาร์วี สีขาว ทะเบียน 5 กฉ-8463 กทม. สภาพรถ กระจกหน้าและฝากระโปรงถูกกระสุนเจาะพรุนเป็นรูกว่า 30 รู ด้านข้างพบรถตู้ยี่ห้อ โตโยต้า ทะเบียน ฮพ 8260 กทม.ของหน่วยสยบไพรี 01 จอดประกบอยู่ด้านขวา นอกจากนี้ในที่เกิดเหตุทราบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบชื่อ พ.ต.ท.ทิวาพงษ์ พลูโต สว.กลุ่มงานการข่าวบช.ปส.ถูกยิงได้รับบาดเจ็บบริเวณไหล่ขวาและโหนกแก้มซ้าย มีผู้นำส่งรักษาตัวที่รพ.ก่อนหน้านี้

ต่อมา พล.ต.ท.เรวัติ กลิ่นเกสร ผบช.ปส.เดินทางมาร่วมตรวจสอบ ภายหลังร่วมตรวจสอบ พล.ต.ท.เรวัติ กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตเป็นเครือข่ายแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ในกรุงเทพฯ ซึ่งร่วมกับเครือข่ายมาจัดประชุมสัมมนาพร้อมกับจัดปาร์ตี้เลี้ยงขอบคุณลูกค้าที่เป็นเครือข่ายยาเสพติดรายย่อยที่รีสอร์ต เขาใหญ่ ใน อ.หมูสี จ.นครราชสีมา พล.ต.ต.ชินภัทร สารสิน รองผบช.ปส.จึงนำกำลังตำรวจปส.ชุดสยบไพรี บุกเข้าชาร์จเพื่อจับกุม โดยผู้ตายซึ่งเป็นหัวโจกได้ขับรถหลบหนีพร้อมกับเครือข่ายอีก 7 คน ขับรถยนต์ 3 คันฝ่าด่านหลบหนีมุ่งหน้าถนนมิตภาพขาเข้า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจปส.ชุดสยบไพรีได้ขับรถติดตาม กระทั่งมาถึงที่เกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ได้นำรถตู้พุ่งปาดหน้า ก่อนที่คนในรถจะใช้อาวุธปืนยิงสวนใส่เจ้าหน้าที่ กระทั่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงยิงตอบโต้กระทั่งถูกคนร้ายเสียชีวิต โดยสามารถจับกุมคนในรถได้อีก 1 ราย ส่วนอีกคนวิ่งหลบหนีไปขึ้นรถคนร้ายอีกคันขับหลบหนี ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ไปพบรถคันดังกล่าวเป็นรถโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ จอดทิ้งอยู่ที่ถนนกาญจนาภิเษก ย่านบางบัวทอง โดยมีกำลังอีกชุดปิดล้อมอยู่ โดยที่รีสอร์ทใน อ.หมูสี เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมแก็งเครือข่ายยาเสพติดได้ 30 คน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ที่ทางปส.ออกหมายจับแล้วจำนวน 2 ราย ซึ่งจะนำตัวมาสอบสวนขยายผลที่บช.ปส.ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

คู่เกย์พบรักในคุก พ้นโทษออกมาส่งไก่ย่างแต่ไม่พอกิน – หวนค้ายาอ้างหวังสร้างอนาคต

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 7 มิ.ย. 59 พ.ต.ต.อานนท์ เชิดชูตระกูลทอง สว.สส.สภ.เมือง จ.เชียงใหม่ ร.ต.อ.อนันต์ คำมี รอง สว.สส. พร้อมกับพวก ร่วมกันจับกุมนายเอกสิทธิ์ หรือเอก มหาวรรณ์ อายุ 31 ปี ชาวเชียงใหม่ และนายชนกานต์ หรือโอม ชวพาที อายุ 25 ปี ชาวลำพูน ข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย พร้อมของกลางยาบ้า 50 เม็ด มือถือ 1 เครื่องสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่า มีชายสองคนมีอาชีพเป็นพนักงานส่งไก่ย่าง ลอบขายยาบ้าแบบเดลิเวอรี่ บริการรับส่งถึงที่ โดยเอายาบ้ายัดเข้าไปในไก่เพื่อตบตาการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ส่งสายไปติดต่อล่อซื้อ ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์โดยติดต่อรับยาที่ริมถนนหนองป่าครั่ง ซอย 4 ใกล้กับธนาภรณ์เพลส ต.หนองป่าครั่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ต่อมาทั้งสองคนได้ขับรถส่งไก่ย่าง นำยามาส่งให้ตามนัด ทางเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าจับกุมทันที

จากการสอบสวนทั้งสองให้การรับสารภาพว่า พวกตนเป็นคู่รักเพศเดียวกัน โดยในอดีตนายเอกสิทธิ์ เคยติดคุกในข้อหาจำหน่ายยาเสพติด ติดคุกนาน 5 ปี ส่วนนายชนกานต์ เคยติดคุกในข้อหา จำหน่ายยาเสพติด ติดคุกนาน 2 ปี ระหว่างอยู่ที่เรือนจำทั้งสองก็พบรักกัน ตอนอยู่ในเรือนจำนายชนกานต์ จะถูกคนอื่นรังแก นายเอกสิทธิ์ ก็คอยปกป้องดูแลจนเป็นตำนานคู่รักในเรือนจำที่เลื่องลือมาก เมื่อต้นปี 58 ทั้งสองคนได้ถูกปล่อยตัวพร้อมกัน จึงวางแผนที่จะสร้างอนาคตร่วมกัน โดยมาทำงานอาชีพสุจริตด้วยการส่งไก่ย่าง ทำงานได้เงินเดือนละ 6,000 บาท แต่ไม่พอกินพอใช้ จึงต้องหันมาค้ายาบ้า เพื่อจะสร้างอนาคตร่วมกัน

โดยรับยาบ้ามาจากพ่อค้ายาในจังหวัดลำพูน ในราคาเม็ดละ 70 บาท และนำมาเปิดขายผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ให้กับกลุ่มวัยรุ่นในราคาเม็ดละ 100 บาท โดยใช้รถขนไก่ส่งยาบ้าเพื่อตบตาตำรวจ กระทั่งมาถูกจับกุมพร้อมกัน หลังจากการสอบสวนแล้ว จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

บุกโค่นกระท่อม 35 ต้น ปลูกรอบบ้านในสวนยางเบตง เจ้าของบอกรายได้ดี

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เบตง ร่วมทหาร ฝ่ายปกครอง สนธิกำลังบุกโค่นกระท่อม 35 ต้น ลักลอบปลูกในสวนยาง น้ำหนักรวมกว่า 20 กิโลกรัม สารภาพปลูกไว้ขายวัยรุ่น เพราะราคางาม กก.ละ 800-1,000 บาท

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 59 พ.ต.อ.สุชาติ สอิด ผกก.สภ.เบตง สืบทราบว่า ที่บ้านเลขที่ 225/26 หมู่ 7 ต.ตาเนาะแมเราะ อ.เบตง จ.ยะลา มีการลักลอบจำหน่ายใบกระท่อม และปลูกต้นกระท่อมจำนวนมาก จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เบตง ตชด.445 นปพ.32 ทหาร ชุดป้องกันชายแดน ทหารพรานที่ 33 ฝ่ายปกครอง เข้าตรวจค้น พบ นายปรีชา ยาหัวดง อายุ 55 ปี พักอาศัยอยู่ภายในบ้าน และบริเวณรอบๆ บ้านซึ่งเป็นสวนยางพารา พบต้นกระท่อมทั้งต้นใหญ่และเล็กจำนวน 35 ต้น น้ำหนักรวม 220 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัว และทำการขุดต้นกระท่อมทั้งหมดที่ปลูกไว้ ตรวจค้นภายในบ้าน พบน้ำต้มพืชกระท่อม 3 ขวด น้ำหนัก 3,090 กรัม แช่อยู่ในตู้เย็น และกระสุนปืนลูกซอง 18 นัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เบตง ร่วมทหาร ฝ่ายปกครอง สนธิกำลังบุกโค่นกระท่อม 35 ต้น ลักลอบปลูกในสวนยาง น้ำหนักรวมกว่า 20 กิโลกรัม

จากการสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าปลูกต้นกระท่อมไว้นานแล้ว บางต้นมีอายุ 6-7 ปี เริ่มแรกปลูกเพียงต้นเดียวเพื่อกินแก้โรคเบาหวาน ต่อมาเห็นใบกระท่อมราคาดี กิโลกรัมละ 800-1,000 บาท เพราะกลุ่มวัยรุ่นนิยมนำไปต้มเป็นยาเสพติด 4×100 และบ้านก็อยู่ในสวนยางพารา ลึก ไกลผู้คน ไม่ค่อยมีใครสัญจรผ่าน จึงปลูกเพิ่มจนมีจำนวน 35 ต้น ด้านเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาผลิตและมียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (ต้นพืชกระท่อมสด, น้ำต้มพืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมทั้งนำตัวและของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เบตง ดำเนินคดีตาม.เจ้าหน้าที่ โค่นกระท่อม ปลูกในสวนยาง สารภาพปลูกขายให้กลุ่มวัยรุ่น เหตุราคางาม กก.ละ 800-1,000 บาท

ที่มา>>>Thairath

รวบ 2 พี่น้องฝาแฝดคาด่านลำปาง ขนเฮโรอีนหนัก 24 กก.ซุกเข่งมันฝรั่ง

(ภาพจาก : ชุดตำรวจสืบสวนภูธร จ.ลำปาง)

ตร.สภ.สบปราบ ลำปาง รวบ 2 พี่น้องฝาแฝดขับรถปิกอัพบรรทุกสินค้าเกษตรมาเต็มคัน ขนเฮโรอีนน้ำหนัก 24 กก. ซุกซ่อนในเข่งตะกร้ามันฝรั่ง อ้างไม่รู้เห็น แค่รับจ้างจากเชียงใหม่ไปส่งที่ราชบุรี…

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 59 พ.ต.อ.แสวง ธีระกุล ผกก.สภ.สบปราบ จ.ลำปาง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.ท.ภูชิตย์ ตรียัมปลาย รอง ผกก.ป.สภ.สบปราบ พ.ต.ท.สมศักดิ์ อาการสกุล รอง ผกก.สส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกจำนวนหนึ่งตั้งจุดตรวจยาเสพติดบนถนนสายพหลโยธิน พื้นที่ต.สบปราบ อ.สบปราบ และเรียกตรวจค้นรถยนต์ปิกอัพกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ติดตั้งโครงเหล็ก สีเทา ทะเบียน ผห 5044 เชียงใหม่ ข้างในโครงเหล็กบรรทุกเข่งตะกร้าผลไม้ มีทั้งมะม่วง มะเขือเทศ และมันฝรั่งเต็มคัน คนขับชื่อ นายวิเชญฐ์ อินชัย อายุ 26 ปี และมีนายวิชาญ อินชัย อายุ 26 ปี ทั้งสองเป็นฝาแฝดกัน

ขณะตรวจสอบบุคคลทั้งสอง เจ้าหน้าที่ตำรวจพบมีพิรุธให้เห็นหลายอย่าง จึงมั่นใจว่าต้องมีสิ่งของผิดกฎหมายซุกซ่อนมาด้วยแน่นอน จึงนำรถเข้ามาสถานที่ตรวจสอบและนำเข่งตะกร้าผลไม้ในกระบะรถลงมาทั้งหมด จากนั้นพบผงเฮโรอีนอยู่ในถุงพลาสติกจำนวนมากยัดอยู่ในเข่งมันฝรั่งและเข่งมะเขือเทศ มีจำนวนทั้งสิ้น 24 กิโลกรัมจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวมาสอบสวน ในเบื้องต้นทั้งสองอ้างว่า ไม่ทราบว่ามีเฮโรอีนซ่อนมาด้วย ตนเองเป็นเพียงคนรับจ้างขนสินค้าการเกษตรให้ไปส่งที่ จ.ราชบุรี เท่านั้น โดยได้รับการว่าจ้างจากคนในพื้นที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ โดยตกลงค่าจ้างขนสินค้าการเกษตรไปส่งที่ จ.ราชบุรี เท่านั้น.

ที่มา>>>Thairath

ทหาร-ตร.เชียงใหม่ ซุ่มจับยาบ้า 5 หมื่นเม็ด หนุ่มมูเซอหนีกระเจิง

ทหาร-ตร.เชียงใหม่ แถลงจับยาบ้า 5 หมื่นเม็ด ยึดได้จากชายต้องสงสัย ขณะขี่จยย. เลาะเลียบชายแดน ช่องทางหนองกะลาง บ้านอรุโณทัย แต่หลบหนีไปได้ คาด นำมามาจากกลุ่มว้า บ้านนากองมู ในเมียนมา ใช้ชาวเขาเผ่ามูเซอเป็นผู้ลำเลียง…

วันที่ 29 เม.ย.59 พ.อ.อาจิณ ปัทมจิตร รอง ผบ.ฉก.ม.4 กกล.ผาเมือง พร้อมด้วย พ.ต.อ.บุญลือ เอี่ยมใย ผกก.สภ.นาหวาย จ.เชียงใหม่ นายชูชัย โพธิ์ชัย ปลัดอาวุโส อ.เชียงดาว แถลงข่าว กรณียึดยาบ้า 50,000 เม็ด บริเวณช่องทางหนองกะลาง บ้านอรุโณทัย ม.10 ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา ณ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 4 เชียงดาวทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 28 เม.ย. พ.อ.พนาเวศ จันทรังษี ผบ.ฉก.ม.4 กกล.ผาเมือง สั่งการให้ พ.ท.คมสรรค์ นิยมฤทธิ์ ผบ.บก.ควบคุมที่ 1 ตรวจเข้ม ซุ่มสกัดช่องทางชายแดน โดยมี ร.อ.จิรเดช เล็กไม่น้อย ผบ.ร้อย ม.2 นำกำลังซุ่มสกัดบริเวณช่องทางหนองกะลาง บ้านอรุโณทัย ม.10 ต.เมืองนะ จนพบชายต้องสงสัยขับขี่จักรยานยนต์ เลาะเลียบชายแดนมาจากทางฝั่งเมียนมา ชุดปฏิบัติการ จึงออกจากที่ซุ่มแสดงตัว เพื่อตรวจค้น ทันใดนั้น ชายต้องสงสัยได้ขับขี่จักรยานยนต์หลบหนีไปทาง บ้านอรุโณทัย ท่ามกลางความมืด และได้ทิ้งกระสอบไว้ในป่าข้างทาง จึงได้ติดตามไป พบกระสอบปุ๋ยสีขาว ซึ่งมียาบ้าบรรจุในเป้สนามสีเขียว จำนวน 25 มัด ประมาณ 50,000 เม็ด

จากการตรวจสอบ พบเป็นยาบ้าชนิดสีส้ม มีอักษรดับบลิววายหางยาว เบื้องต้น คาดว่า ยาบ้าดังกล่าว มีแหล่งมาจากกลุ่มว้า บ้านนากองมู ในเมียนมา โดยใช้ชาวเขาเผ่ามูเซอเป็นผู้ลำเลียง เจ้าหน้าที่จึงมอบยาเสพติดให้ สภ.นาหวาย ดำเนินคดีต่อไป.

ที่มา>>>Thairath