ชมคลิปแกะกล่อง One Plus 3T สุดพิสดารบนเครื่องบินรบ

ชมคลิปแกะกล่อง One Plus 3T สุดพิสดารบนเครื่องบินรบปกติการแกะกล่องมือถือที่ผ่านมา นอกจากแกะบนโต๊ะ ยันใต้น้ำรวมถึงขับรถในสนามแข่ง อาจจะยังไม่บ้าพอเท่ากับคลิปนี้ เพราะ One Plus ได้ทำคลิปแกะกล่อง One Plus 3T บน เครื่องบินรบเป็นครั้งแรก จะเป็นอย่างไร มาดูกัน

สำหรับรายละเอียดของ One Plus 3T นั้นตัวเครื่องใช้วัสดุอะลูมิเนียมแบบ Unibody พร้อมกับ CPU จาก Qualcomm Snapdragon 821 พร้อมกับ RAM 6GB มีกล้องหน้าขนาด 16 ล้านพิกเซล โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่รุ่น 64GB ที่ 430 ดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 15,300 บาท และ รุ่น 128GB อยู่ที่ 480 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือ 17,000 บาท


“สำหรับชาวฉะเชิงเทรา” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ฉะเชิงเทรา ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ฉะเชิงเทรา ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

กรมอุทยานฯ ประชุม จนท. ก่อนเคลื่อนย้ายเสือ วัดหลวงตามหาบัวพรุ่งนี้

เครดิตภาพจาก : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ

รองอธิบดีกรมอุทยานฯ ประชุมเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ ก่อนเข้าขนย้ายเสือโคร่งของกลาง 137 ตัว ที่วัดป่าหลวงตามหาบัว วันพรุ่งนี้ ระบุหากวัดไม่ให้ความร่วมมือเตรียมนำมาตรการทางกฎหมายมาใช้

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 29 พ.ค. 2559 ที่ห้องประชุมสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี นายอดิสรณ์ นุชดำรง รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เดินทางไปร่วมประชุมซักซ้อม ทำความเข้าใจแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ที่จะเข้าดำเนินการขนย้ายเสือที่อยู่ภายในวัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน อำเภอไทรโยค ในวันพรุ่งนี้ (30 พ.ค.) เวลา 09.00 น.นายอดิศร เปิดเผยว่า วันนี้เดินทางมาเพื่อประชุมหารือเตรียมความพร้อมในการขนย้ายเสือโคร่ง โดยตามบัญชีของกลาง มีเสือโคร่งทั้งหมดจำนวน 147 ตัว ทำการขนย้ายออกไปแล้ว 2 ครั้ง รวม 10 ตัว เหลือยังอยู่ที่วัดเสืออีกจำนวน 137 ตัว สำหรับการดำเนินการ ทั้งนี้ จะเจรจากับทางตัวแทนวัดเสือก่อน จะใช้วิธีละมุนละม่อม แต่ขณะนี้ทราบว่าทางวัดเสือ ไม่ยอมเจรจาใดๆ ซึ่งคงต้องใช้วิธีการตามกฎหมายเป็นขั้นตอนในการปฏิบัติอย่างถูกต้อง โดยจะขอหมายจากศาลจังหวัดกาญจนบุรีเพื่อเข้าดำเนินการ ขณะนี้ก็ได้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร จ.กาญจนบุรี ตร.สภ.ไทรโยค ฝ่ายปกครองจังหวัดกาญจนบุรี ฝ่ายปกครองอำเภอไทรโยค ทหารพล.ร.9 มทบ.17 เพื่อร่วมปฏิบัติการให้สำเร็จต่อไป

มีรายงานข่าวว่า กรมอุทยานฯ ได้เตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้าในเรื่องการขนย้ายเสือโคร่ง จากวัดหลวงตามหาบัว หรือ วัดเสือ โดยได้ทำการเคลื่อนย้ายเสือโคร่งจำนวนหนึ่ง จากสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน และเขาประทับช้าง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ไปดูแลที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าโตนงาช้าง จ.สงขลา เพื่อเตรียมรองรับเสือโคร่งจากวัดเสือ โดยในวันนี้ มีกำลังเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ พร้อมทีมสัตว์แพทย์จากสำนักคุ้มครองสัตว์ป่าได้เดินทางมาร่วมวางแผนการปฏิบัติ และมีการซักซ้อมการปฏิบัติร่วมกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจากอุทยานฯ และหน่วยงานต่างๆ ของกรมอุทยาน รวมกว่า 200 คน

ที่มา>>>Thairath

นอภ.คลองลาน เตือน ‘สุกรเลี้ยง’ ติดเชื้อแบคทีเรีย เข้มความสะอาด

วิกฤติหน้าร้อน! นอภ.คลองลาน กระทบชาวบ้านเลี้ยงหมู เกิดโรคติดเชื้อสเตรปโตคอคคัส ซูอิส เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย หากผู้บริโภครับประทาน อาจจะทำให้เสียชีวิต ทั้งนี้ได้ประสานไปยังฟาร์มโรงฆ่าสัตว์ ปฏิบัติตามหลักสุขาภิบาล ป้องกันการติดเชื้อสู่คน…

เมื่อวันที่ 2 พ.ค.59 นายบุญธรรม ทองพิจิตร นายอำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร กล่าวว่า ในขณะที่สถานการณ์อากาศร้อนยังคงปกคลุมในหลายๆ พื้นที่อย่างต่อเนื่อง นอกจากจะได้รับผลกระทบต่อคนแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสัตว์เลี้ยงอย่างสุกรที่ชาวบ้านเลี้ยง ซึ่งอาจเกิดโรคติดเชื้อสเตรปโตคอคคัส ซูอิส เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย สามารถสร้างแคปซูลและสลายเม็ดเลือดแดง มักก่อโรคในสุกรเลี้ยง และสามารถพบได้ในหมูป่า ม้า สุนัข แมว และนก เชื้อสามารถมีชีวิตอยู่ในน้ำเย็นที่อุณหภูมิ 4 องศาเซลเซียส ได้นาน 1-2 สัปดาห์ ทั้งนี้เชื้อจะถูกทำลายได้ง่ายที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียสขึ้นไป และด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทั่วไป
295325
สำหรับคนที่บริโภค โรคติดเชื้อสเตรปโตคอคคัส ซูอิส เกิดจากการบริโภคเนื้อสุกรอย่างไม่ถูกสุขลักษณะ เป็นโรคที่อาจทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ โดยอาการเบื้องต้นของผู้ป่วยจะมีอาการไข้สูง ปวดเมื่อยตามร่างกาย ตามตัวมีรอยจ้ำเลือด คอแข็ง อุจจาระร่วง หูอื้อ ทรงตัวไม่ได้ มีอาการหูตึง

ดังนั้น จึงขอเตือนประชาชนที่บริโภคเนื้อสุกร ต้องทำให้สุกก่อนทุกครั้ง และผู้ปฏิบัติงานในฟาร์มหรือโรงฆ่าสัตว์ ควรปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล สวมรองเท้าบู๊ต หรือ สวมถุงมือระหว่างปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อจากสุกรมาสู่คนได้ หากสงสัยให้สอบถามข้อมูลที่สำนักงานปศุสัตว์อำเภอนั้นๆ หรือสำนักงานปศุสัตว์ในแต่ละจังหวัด.

ที่มา>>>Thairath

เทรลเลอร์ 22 ล้อ เสียหลัก! พุ่งชนรถรวดเดียว 5 คัน

เทรลเลอร์22

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (11 มี.ค.) เมื่อเวลา 21.30 น. สภ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถชนกันหลายคันมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ที่บริเวณบ้านหอระฆัง ถนนเพชรเกษม หมู่ 4 ตำบลนากระตาม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยสายชลมูลนิธิชุมพร หน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญูท่าแซะ หน่วยกู้ชีพ รพ.ท่าแซะ และตำรวจทางหลวงชุมพรรีบรุดไปช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ที่เกิดเหตุบนถนนเพชรเกษมช่องทางขาขึ้นเป็นถนนที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างซ่อมบำรุง ใกล้กับทางเบี่ยงมืดสนิทไม่มีไฟส่องสว่างพบรถพ่วงเทเลอร์ 22 ล้อ อีซูซุ สีขาว ทะบียน 70-1122 ภูเก็ต ทะเบียนพ่วง 70-1188 ภูเก็ต สภาพด้านหน้าและหลังคาเก๋งยุบราบเครื่องยนต์และชิ้นส่วนอื่นๆ หลุดกระจายไปทั่ว และมีแผ่นไม้กระดานอัดจำนวนมากทับอยู่บนหัวรถ และหล่นกระจายเกลื่อนอยู่บนถนน

มีคนขับบาดเจ็บสาหัสถูกอัดก๊อปปี้ติดอยู่ภายในทราบชื่อภายหลังคือ นายประสิทธิ์ อายุ 34 ปี เจ้าหน้าที่ต้องช่วยปั้มหัวใจและใช้เวลานานกว่า 30 นาที จึงดึงร่างออกมาได้แล้วพาส่ง รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ที่เกิดเหตุด้านหน้ารถเทเลอร์ 22 ล้อ มีรถทัวร์ 2 คัน คันแรกเป็นรถทัวร์ อีซูซุ สีขาว-ม่วง ทะเบียน 30-0567 นครปฐม ที่กระจกหลังเขียนว่า “มงคลทัวร์ คุณเผือก” ที่บริเวณท้ายและหน้ายุบกระจกแตกละเอียดเครื่องพังเสียหายอีกคันเป็นรถทัวร์สแกนเนีย สีขาว-ม่วง ทะเบียน30-0720 นครปฐม ที่กระจกข้างรถเขียนว่า”พรพิทยา”ที่บริเวณท้ายยุบกระจกแตกเครื่องพัง

มีผู้โดยสารที่มากับรถทัวร์ทั้ง 2 คันได้รับบาดเจ็บรวม 14 คน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลท่าแซะ 8 คน รพ.ชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ 6 คน ในจำนวนนั้นมีสาหัส 3 คน ซึ่งแพทย์ได้ช่วยเหลือจนพ้นขีดอันตรายแล้ว ซึ่งรถทัวร์ทั้ง 2 คัน เป็นคณะทัวร์ของ ส.อบต.และเจ้าหน้าที่ อบต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี รวมทั้งหมด 80 คน กำลังเดินทางกลับจากไปทัศนะศึกษาดูงานที่ จ.สุราษฎร์ธานี

นอกจากนี้ ยังมีรถเก๋งโตโยต้าวีออส สีบรอนซ์ ทะเบียน กถ 9116 กรุงเทพมหานคร ถูกเฉี่ยวที่ท้ายเสียหายเล็กน้อย และรถกระบะโตโยต้าสีขาวตอนเดียว ทะเบียน ผร 9772 ชลบุรี สภาพหน้ารถชนอัดติดกับท้ายรถเทเลอร์ 22 ล้อ รถทั้ง 2 คันคนขับไม่ได้รับบาดเจ็บ

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าถนนช่วงเกิดเหตุช่องทางขาขึ้นอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และใกล้กับทางเบี่ยงให้รถทุกชนิดไปใช้ทางร่วมกัน ขณะเกิดเหตุรถทั้งหมดได้มีรถชะลอความเร็วและจอดติดอยู่จำนวนหลายคัน เพื่อเข้าไปใช้ทางเบี่ยงร่วมกันกับรถที่สวนทางมา และสองข้างทางมืดสนิทไม่มีไฟส่องสว่างทำให้รถพ่วงเทเลอร์ 22 ล้อที่บรรทุกแผ่นไม้กระดานอัดจำนวนมากหนักหลายตันมาจากโรงงานใน จ.พังงา ไปส่งลูกค้าที่กรุงเทพฯ ซึ่งขับมาด้วยความเร็ว

อาจจะมองไม่เห็นรถที่ชะลอจอดติดกันเป็นแถวยาวเพื่อเปลี่ยนเลนไปใช้ทางเบี่ยง ทำให้เบรคไม่ทันจนเฉี่ยวท้ายรถเก๋งโตโยต้าแล้วหักหลบพุ่งไปชนท้ายรถทัวร์ที่จอดอยู่ด้านหน้า แล้วรถทัวร์คันดังกล่าวได้ไถลไปชนท้ายรถทัวร์อีกคัน ขณะที่รถกระบะโตโยต้าที่ขับตามหลังมาเบรคไม่ทันพุ่งชนท้ายรถพ่วงเทเลอร์ จึงเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่แท้จริงยังอยู่ระหว่างการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวรถเทเลอร์ที่เสียหายขวางอยู่บนถนน และแผ่นไม้กระดานอัดจำนวนมากหนักเกือบ 30 ตัน ได้หล่นอยู่บนถนนเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาเคลียร์เส้นทางนานกว่า 5 ชั่วโมง ทำให้รถทุกชนิดทั้งขาขึ้นขาล่องไปใช้ทางเบี่ยงร่วมกันในช่องทางขาล่องใต้ ส่งผลให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก มีรถติดสะสมยาวเหยียดกว่า 10 กิโลเมตร

ที่มา>>>sanook new

ข่าวน้องดีเจ หายตัวนานเกือบสัปดาห์ ล่าสุดพบแล้วที่ป่ารกหลังบ้าน

 * ข่าวน้องดีเจ หายตัวนานเกือบสัปดาห์ ล่าสุดพบแล้วที่ป่ารกหลังบ้าน *

น้องดีเจ หายตัว6วัน

น้องดีเจ พูดปลอบใจแม่ บอก “แม่อย่าร้อง” หลังแม่ปล่อยโฮ พูดไม่เป็นภาษา เมื่อพบลูกชายที่หายตัวไปนานนับสัปดาห์ด้วยสภาพผอมโซ

จากกรณีที่ น้องดีเจ หรือ ด.ช.เจษฎากร อายุ 3 ขวบ ได้หายตัวไปจากบ้านพักใน ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2559 สร้างความห่วงใยและกังวลใจให้กับครอบครัวของน้องดีเจเป็นอย่างมาก พร้อมประกาศหาตัวจากศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา โดยชาวเน็ตต่างช่วยแชร์และภาวนาให้เจอตัวน้องดีเจไว ๆ

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดวันที่ 8 กุมภาพันธ์ คุณตาของน้องดีเจ ได้พาเจ้าโจ้ สุนัขที่บ้าน เข้าไปในป่าลึกหลังบ้าน และพบตัวน้องดีเจนอนแช่อยู่ในน้ำ ในสภาพอิดโรย และเมื่อนำตัวส่งโรงพยาบาล ก็พบว่าน้องดีเจ มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น [อ่านข่าว มูลนิธิกระจกเงา ชวนบริจาคเลือดกรุ๊ป A ช่วยน้องดีเจ]

นอกจากนี้ในโลกออนไลน์ยังได้มีการแชร์คลิปวินาทีที่คุณตาและเจ้าหน้าที่พบตัวน้องดีเจด้วย เรียกได้ว่าเป็นภาพแห่งความดีใจระคนไปด้วยความสงสาร ที่ทำเอาคนเป็นแม่และคุณตากลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

โดยคุณตากับเจ้าโจ้ เมื่อได้พบตัวน้องดีเจ คุณตาก็อุ้มน้องดีเจพาดบ่าและลุยป่าออกมา โดยมีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครคอยช่วยเหลือตลอดเวลา เพราะทางค่อนข้างลำบาก จากนั้นเมื่ออาสาบอกว่าเจอตัวน้องแล้ว น้องปลอดภัย ทำเอาแม่ร้องไห้ตะโกนเรียกลูกเสียงดังสนั่น พร้อมบอกว่า “คิดถึงลูกนะลูก คิดถึงแม่ไหม” ส่วนลูกก็ไม่พูดอะไรสักคำ คาดว่าน่าจะยังช็อกอยู่ เมื่ออาสาสมัครถามก็พยักหน้าสื่อสารรู้เรื่อง ก็ทำเอาแม่และคุณตาโล่งใจ ต่อมาคุณแม่ก็ขออุ้มลูกเอง ส่วนอาสาก็ป้อนน้ำให้น้องดีเจ ทางด้านแม่ก็ดีใจจนคุมสติไม่อยู่ ร้องไห้ออกมาด้วยอาการน่าสงสาร ทำเอาอาสาต้องอุ้มเด็กแทนเอง

ขณะที่คุณแม่ก็ยังร้องไห้พูดไม่เป็นภาษา… จนในที่สุดน้องดีเจก็มองแม่ แล้วก็บอกกับแม่สั้น ๆ ว่า “แม่อย่าร้อง” ทำเอาแม่ร้องไห้หนักไปอีก พร้อมกล่าวขอบคุณทุกคนที่ช่วยเหลือให้น้องดีเจกลับสู่อ้อมกอดครอบครัวอีกครั้ง

ภาพจาก TNAMCOT

ปัญหารถแบบนี้คุณเคยเจอไหม เรามีวิธีแก้ “ควันดำ”

 ปัญหารถแบบนี้คุณเคยเจอไหม เรามีวิธีแก้ “ควันดำ”

รถควันดำ

อาการ รถควัน ดำเป็นอาการอีกอย่างหนึ่งที่หลายคนมักพบเจอกันตามท้องถนน เสมอๆ เป็นเพราะสาเหตุประการใด และ มีวิธีแก้ไขได้อย่างถูกวิธี ได้อย่างไร วันนี้เรามีวธีมาฝากท่านผู้ชมกันค่ะ          

สาเหตุหลักๆสำหรับรถที่รถมีควันดำนั้น มีดังนี้    

1. เครื่องยนต์สึกหรอมาก เช่น ลูกสูบและกระบอกสูบ แหวนลูกสูบชำรุด
2. ปั๊มฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงชำรุดและทำงานไม่ถูกต้อง หรือฉีดน้ำมันในจังหวะที่ไม่ถูกต้อง
3. หัวฉีดน้ำมันแรงดันสูงที่จ่ายเข้าไปในห้องเผาไหม้ชำรุด
4. กรองอากาศอุดตัน
5. น้ำมันเครื่องมีอายุการใช้งานมาก
6. เขม่าควันดำและฝุ่นละอองค้างอยู่ภายในท่อไอเสีย

ควันดำของเครื่องยนต์ดีเซล

สำหรับควันดำของเครื่องยนต์ดีเซลนั้น เกิดจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ของน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งทำให้คาร์บอนบางส่วนใน น้ำมันเชื้อเพลิง (ไฮโดรคาร์บอน) ไม่ได้ทำปฏิกิริยากับออกซิเจน จึงเหลือเป็นเขม่าดำออกมาทางท่อไอเสีย

สาเหตุ ของการเกิดควันดำ ซึ่งเนื่องมาจากการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์นั้นมีสาเหตุหลายประการ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพต่ำ กรองอากาศอุดตัน ทำให้อากาศเข้าไม่เพียงพอ ปรับแต่งปั๊มหัวฉีดไม่เหมาะสม หัวฉีดปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงชำรุดทำให้การฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เป็นฝอยละเอียด การออกแบบห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ และการบรรทุกน้ำหนักเกินพิกัด
ในรถยนต์แต่ละคันอาจมีควันดำออกมามาก เนื่องจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง หรือหลายสาเหตุรวมกันดังกล่าว ดังนั้นการบำรุงรักษาและการปรับแต่งเครื่องยนต์อย่างเหมาะสมจึงเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง

การทดสอบปริมาณควันดำด้วยตัวเอง
สามารถทำการตรวจสอบเบื้องต้น ดังนี้
1. ให้จอดรถยนต์อยู่กับที่และเดินเครื่องยนต์ไว้ไม่น้อยกว่า 5 นาที
2. เร่งเครื่องยนต์โดยเร็วจนสุดคันเร่ง ประมาณ 2-3 วินาที
3. สังเกตปริมาณควันดำที่ปล่อยออกจากท่อไอเสีย หากพบว่ามีปริมาณควันดำมาก (ควันสีดำเข้มมาก) ควรตรวจสอบสภาพและบำรุงรักษาเครื่องยนต์ ตามวิธีที่กล่าวมาแล้ว
4. ควรทำการตรวจสอบอย่างน้อยประมาณ 2 ครั้ง (ทำซ้ำตั้งแต่ข้อที่ 2-3)

วิธีแก้ไข

  1. ซ่อมแซมเครื่องยนต์ในส่วนที่สึกหรอ เช่น เปลี่ยนลูกสูบ แหวนลูกสูบ หรือ ทำการคว้านกระบอกสูบ แล้วเปลี่ยนลูกสูบให้ใหญ่ขึ้น
  2. ทำการเชคปั๊ม โดยนำเข้าศูนย์บริการ ทำการปรับแต่งปั๊มจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงเปลี่ยนชิ้นส่วนที่ชำรุดสึกหรอ รวมทั้งปรับแต่งหัวฉีดน้ำมันและเปลี่ยนชิ้นส่วนที่สึกหรอ รวมทั้งการปรับแต่งอัตราและจังหวะการฉีดน้ำมันให้ถูกต้องเป็นไปตามบริษัทผู้ผลิตกำหนด
  3. เปลี่ยนไส้กรองอากาศใหม่ เพื่อให้เกิดการเผาไหม้ที่สมบรูณ์ ตรวจดูหม้อกรองอากาศ ถ้าอุดตันมีฝุ่นจับมากให้ทำความสะอาด หรือเปลี่ยนใหม่ (โดยปกติจะเปลี่ยนทุกครั้งเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง)
  4. ปรับแต่งเครื่องยนต์ให้ทำงานถูกต้องตามระยะเวลาที่เหมาะสม
  5. ทำการล้างท่อไอเสียโดยใช้น้ำหรือลมฉีดชะล้างเขม่าและฝุ่นละอองภายในท่อไอเสีย
  6. เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามกำหนดเวลาที่เหมาะสม หรือ ตามที่บริษัทผู้ผลิตกำหนด
  7. ตรวจสอบกำลังอัดของเครื่องยนต์ ถ้าต่ำกว่าปกติจะต้องซ่อมโดยเปลี่ยนแหวนลูกสูบหรือคว้านกระบอกสูบ
  8. ปรับแรงดันที่หัวฉีดให้ตรงตามกำหนด และหัวฉีดต้องฉีดน้ำมันเป็นละออง ถ้าหัวฉีดปรับแรงดันไม่ได้หรือฉีดน้ำมันไม่เป็นละอองให้เปลี่ยนชุดหัวฉีดใหม่
  9. ตั้งปั๊มหัวฉีดที่ความเร็วรอบต่าง ๆ ให้จ่ายน้ำมันตามกำหนด ถ้าหากปรับตั้งไม่ได้ เนื่องจากลูกปั๊มสึกหรอมาก ให้เปลี่ยนลูกปั๊มแต่ละชุดใหม่
  10. หลีกเลี่ยงการบรรทุกเกินพิกัด และควรขับรถอย่างนิ่มนวล