พบซากช้างป่าห้วยขาแข้งนอนตายพื้นที่แนวกันชน ไม่พบร่องรอยทำร้าย-ตัดชิ้นเนื้อหาสารพิษ

 เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่บริเวณพื้นที่ป่าแนวกันชน หมู่ที่ 14 บ้านเขาเขียว ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ห้วยขาแข้ง อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี พบซากช้างป่าห้วยขาแข้ง ตายโดยไม่ทราบสาเหตุจึงได้รายงานทางวิทยุไปยังสถานีห้วยขาแข้งให้มาตรวจสอบ ตรวจสอบเป็นช้างรุ่น ยังไม่มีงา เบื้องต้นนั้นยังไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย หรือถูกตัดอวัยวะชิ้นใด  ตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 วัน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งให้นายสมโภชน์ มณีรัตน์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ทราบในเรื่องดังกล่าวและประสานไปยังสัตวแพทย์ เพื่อเข้าตรวจสอบชันสูตร ซากว่าตายจากสาเหตุใด ต่อมาเวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายศุภฤกษ์ กลั่นประเสริฐ รองหัวหัวหน้า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งเป็นผู้นำทีม ผ่าตัดเพื่อชันสูตรซากศพช้างเพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริง ผลปรากฏว่า จากการผ่าบาดแผลลึก 2 แผล ที่ศีรษะช้างผ่าพิสูจน์ดูแล้วไม่พบอะไร มีแต่ร่องรอยแผล ไม่พบหัวกระสุนปืนที่คาดว่าจะมีพรานป่ามายิง และไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ขณะนี้ก็ยังไม่ทราบสาเหตุการตาย แต่ทางสัตวแพทย์ได้ตัดชิ้นเนื้อไปพิสูจน์ เพื่อหาสารพิษอีกครั้งหนึ่ง

ที่มา>>>ข่าวสด

แหกด่านได้เรื่อง!! กระบะขนต่างด้าวเหินตกคูน้ำ ทหารควบฮัมวี่ไล่ล่าพุ่งทับรถ เจ็บ31คน

 วันที่ 24 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 20.00 น. วันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.บำรุง วสุนทรานิติกุล รอง ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งเหตุ รถยนต์พลิกคว่ำมีผู้บาดเจ็บหลายราย จึงแจ้งให้ พล.ต.ต.สุรนิตย์ พรหมบุตร ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ทราบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ อุปกรณ์ตักถ่าง รุดไปยังที่เกิดเหตุ บริเวณคูน้ำข้างทางบ้านห้วยน้ำใส ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี พบรถยนต์นิสสัน นาวารา สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน บจ 3206 พังงา ใกล้กันพบรถยนต์ทหารฮัมวี่สีเขียวทับอยู่ด้านบน ตกอยู่ข้างคูน้ำ มีผู้บาดเจ็บหลายราย เจ้าหน้าที่ช่วยกันลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จากการสอบสวนทราบว่า รถยนต์นิสสันได้บรรทุกแรงงานต่างด้าวชาวพม่าหลบหนีจากบ้านพุน้ำร้อน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยมีรถยนต์ทหารไล่ติดตามมาอย่างกระชั้นชิด เมื่อมาถึงบริเวณสี่แยกแก่งเสี้ยนได้แหกด่านหลบหนี ซึ่งขณะเกิดเหตุได้มีฝกตกอย่างหนักในเขตตัวเมืองกาญจนบุรี เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้ลื่นไถลตกข้างทาง ทำให้ผู้ที่มาด้วยได้รับบาดเจ็บดังกล่าว พ.อ.สุทธิพงษ์ พืชมงคล รองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 9 กล่าวว่า สำหรับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวเป็นรถที่ลักลอบขนแรงงานต่างด้าวชาวพม่าเข้ามาทำงานในไทย ซึ่งฝ่ายทหารได้สืบทราบข่าวว่าจะมีการเดินทางผ่านบริเวณบ้านพุน้ำร้อน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จึงดำเนินการตั้งจุดสกัดจับกุม แต่รถดังกล่าวได้ขับฝ่าด่านและหลบหนีเข้ามาในพื้นที่ตำบลปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี โดยมีรถยนต์ฮัมวี่ทหารไล่ติดตามมาจำนวนหนึ่งคัน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางดินลูกรังและไม่มีไฟส่องสว่าง คนขับรถยนต์กระบะน่าจะไม่ชำนาญเส้นทางได้ขับรถพุ่งตกลงไปในคูน้ำที่อยู่สุดถนนพอดี ก่อนที่รถยนต์ทหารที่วิ่งมาด้วยความเร็วจะพยายามหยุดแต่ช่วงก่อนหน้าเนื่องจากมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ถนนลื่น รถยนต์ทหารจึงพุ่งตกลงไปทับรถยนต์กระบะ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 31 คน สาหัส 2 คน โดยพบว่ามีเด็กอยู่ในรถด้วย สำหรับรถยนต์กระบะมีนายต้นรัก จำรุญโชติกอบจิต ซึ่งเป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ส่งตัวมารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไว้สอบปากคำและดำเนินคดีต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด ส.ท.หนุ่ม วัย 22 ซิ่งบิ๊กไบก์ดับคาที่ รถพังยับ เผยก่อนตายเคยถูกเตือน!!

14666462231466646476lวันนี้ 22 มิ.ย. ร.ต.อ.จตุพล ทฤษฎีสุข ร้อยเวรฯ สภ.เมืองปราจีนบุรี ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถ จยย.บิ๊กไบก์ชนต้นไม้ คนขับขี่เสียชีวิต ที่เกิดเหตุบนถนนสายปราจันตคาม หรือ 3452  (ปราจีนบุรี – ประจันตคาม)  หน้าร้านข้าวมันไก่ ก่อนถึงองค์การโทรศัพท์ tot ปราจีนบุรี จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและพร้อมแพทย์เวรฯ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรไปที่เกิดเหตุโดยที่เกิดเหตุเป็นถนนสี่ช่องจราจร ฝั่งเข้าตัวเมืองปราจีนบุรี พบศพผู้เสียชีวิตนอนหงายสวมชุดเครื่องแบบทหารลายพราง ทราบชื่อ ส.ท.กฤตพร จันทร์ประไพ อายุ 22 ปี สังกัดหมวดดุริยางค์ มณฑลทหารบกที่ 12 (มทบ.12) ค่ายจักรพงษ์ ต.ดงพระราม อ.เมืองปราจีนบุรี สภาพศพกะโหลกศีรษะแตก ขาซ้ายหัก เลือดไหลนองเต็มพื้นถนน  ข้างศพพบซากรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ สีน้ำเงิน รุ่น GSX หรือรุ่น K7 ขนาด 1,000 ซีซี ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียนขาดครึ่งท่อน ล้อหน้าติดไปกับตัวถังน้ำมันสภาพตัวรถและเครื่องยนต์กระจายเกลื่อนเต็มถนนพังยับเยิน และตัวถังเครื่องยนต์ อยู่ข้างต้นไม้ พร้อมมีรอยชนจนกิ่งไม้หักลงมานอกจากนี้พบหมวกกันน็อก และรองเท้าคอมแบตของผู้เสียชีวิตกระเด็นหลุดออกร่างร่าง
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้เสียชีวิตได้ขับรถออกมาจากห้างสรรพสินค้าโรบินสันด้วยความเร็วสูง เพื่อรีบไปรับแฟนสาวที่ธนาคารแห่งหนึ่งในตัวเทศบาลเมืองปราจีนบุรี  จากรถที่ซีซีสูง และขนาดรถใหญ่กว่าสภาพร่างกายคนไทย ทำให้ไม่สามารถควบคุมได้ รถพุ่งชนกับต้นไม้ข้างทางอย่างแรง เสียชีวิตทันที หลังชันสูตรพลิกศพได้ให้หน่วยกู้ภัยนำส่ง รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศรเพื่อตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงาน ก่อนหน้านี้ (12 เม.ย.) พบว่าในโลกออนไลน์ ในเฟซบุ๊กมีสมาชิกใช้ชื่อ “หนุ่มเกมฮอต” เขียนถึง ผู้เสียชีวิตไว้ว่า “ฝากถึงน้องทหาร ที่ขับ k 7 สีฟ้าขาวนะครับ ใครเป็นเพื่อนรบกวนช่วยเตือนสติ หรือแคปไปให้มันอ่านทีครับ ขับขี่เบา ๆ หน่อยครับ ชาวบ้านเขาด่าพ่อมึงทั้งปราจีนฯ รวมทั้งตัวกูที่ด่ามึงด้วย น้องขับได้เ_ียยมากครับ  เบา ๆ หน่อยครับ  เขาไม่ได้ด่ามึงคนเดียว กูโดนด้วย รถกูก็ยังไม่มา กูโดนด่าเพราะมึงมาหลายวันละ ขับอย่างนี้อายุมึงไม่พ้น 30 แน่นอน เพราะไม่โดนตีนตาย  ก็รถคว่ำตาย ไม่ได้แช่งนะครับเรื่องจริง”

ที่มา>>>ข่าวสด

“เจ้าสุดหล่อ” หมาหน้าเซเว่นที่เมืองชลฯ ถูกคนใจร้ายใช้มีดฟันนับสิบแผล

เจ้าหน้าที่กู้ภัย เข้าช่วยเหลือ เจ้าสุดหล่อ สุนัขที่ถูกคนใจร้ายใช้มีดฟันนับสิบแผล ด้านชาวบ้านที่คอยให้อาหารวอนอย่าทำร้ายมันเลยเพราะมันไม่มีทางสู้ที่ชลบุรีผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ เวลา 21.00 น.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ กำลังเข้าช่วยเหลือ เจ้าสุดหล่อ  สุนัขเพศผู้ สีดำ อายุประมาณ 3 ปี ที่มีบาดแผลเต็มตัวโดยอยู่ในอาการหวาดกลัวคนไม่ยอมให้คนเข้าใกล้ บริเวณข้างร้านสะดวกซื้อภายในหมู่บ้าน แฟมมิลี่ซิตี้ หมู่ 12 ตำบลนาป่า อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลานานนับชั่วโมงกว่าจะจับตัวมันได้ แล้วมาปฐมพยาบาลเบื้องต้น พบมีบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคม บาดแผลฉกรรจ์ 1 แผล และมีบาดแผลถูกฟันตามร่างอีกหลายแห่ง เจ้าหน้าที่จึงรีบนำส่งโรงพยาบาลสัตว์พานทองสอบถามนางนะมน อายุ  37 ปี ชาวบ้านที่คอยให้อาหารสุนัขตัวนี้ เล่าว่า เจ้าสุดหล่อ เป็นสุนัขจรจัดที่มักจะนอนอยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ ปกติเป็นสุนัขที่เชื่องไม่เคยทำร้ายใคร ช่วงเย็นที่ผ่านมา ขณะตนเองกำลังนำอาหารมาให้เจ้าสุดหล่อ ก็ได้ยินเสียงมันร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดอยู่บริเวณด้านข้างร้านสะดวกซื้อ จึงรีบไปดูก็พบมันถูกฟันเป็นแผลฉกรรจ์ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาช่วยเหลือ และอยากฝากถึงคนใจร้ายที่ทำมันว่า อย่าไปทำมันเลยเพราะมันไม่มีทางสู้ เป็นแค่สุนัขจรจัดตัวหนึ่งเท่านั้นอย่าไปทำร้ายมันเลย คาดว่าเจ้าสุดหล่อ ถูกฟันช่วงหลังร้านสะดวกซื้อ ตรวจสอบไม่มีกล้องวงจรปิด ซึ่งวัยรุ่นอาจจะทำไปด้วยความคึกคะนอง แต่ก็สงสารเจ้าสุดหล่อที่ถูกฟันเย็บกว่า 30 เข็ม

ที่มา>>>ข่าวสด

ศิษย์วัดเสือ เมืองกาญฯ โอดสัตว์ที่เหลือในวัดร่วม 2,000 ตัวใกล้อดตาย ขอความช่วยเหลือ

14665661811466566247lจากกรณีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำโดยนายอดิศร นุชดำรง อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำหมายค้นศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ มค 432/2559 ลงวันที่ 30 พ.ค.2559 เข้าดำเนินการขนย้ายเสือโคร่งของกลาง จำนวน 137 ตัว ที่ฝากให้ พระวิสุทธิสารเถร หรือหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน และประธานมูลนิธิวัดป่าหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เลี้ยงดูแลมาตั้งแต่ ปี 2544 โดยการดำเนินการขนย้ายเสือเริ่มวันที่ 30 พ.ค. เสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.59 สำหรับเสือของกลางทั้งหมดมีจำนวน 147 ตัว ล่าสุดวันนี้ 22 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปสำรวจภายในบริเวณโดยรอบพื้นที่ของวัด เนื่องจากปัจจุบันยังคงมีสัตว์นาๆ ชนิดเช่น วัว ควาย เก้ง กวาง หมูป่า และสัตว์ชนิดอื่นๆที่อาศัยอยู่ภายในวัดเกือบ 2,000 ตัว ที่ทางวัดยังต้องรับผิดชอบเลี้ยงดูสัตว์เหล่านี้อยู่ สำหรับบรรยากาศทั้งภายนอกและภายในเป็นไปอย่างเงียบเหงา มีนายเกษมศร พลชัย ลูกศิษย์ของวัดกำลังฉีดน้ำทำความสะอาดพื้นที่ประตูหน้าวัด ส่วนนายอำนวย โยธี และนายณัฐวุฒิ โพธิ์แก้ว กำลังช่วยกันขนผักบุ้งขึ้นไปไว้บนรถยนต์กระบะเพื่อนำไปให้กับสัตว์ชนิดต่างๆ ที่อาศัยอยู่ภายใน ผู้สื่อข่าวจึงขออนุญาตเข้าไปสำรวจด้วย ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี

สำหรับบรรยากาศภายในวัด พบว่ามีสัตว์ป่าประเภทเก้ง กวาง เดินหาอาหารกระจัดกระจายอยู่บนเชิงเขาที่เต็มไปด้วยโขดหิน โดยไม่มีหญ้าที่เป็นอาหารสัตว์ขึ้นมาให้เห็นแม้แต่นิดเดียว ส่วนสัตว์ประเภทหมูป่า ที่ในอดีตเคยเดินเพ่นพ่านให้นักท่องเที่ยวได้เห็นมากกว่า 1,000 ตัว ปัจจุบันพบเห็นได้จำนวนน้อยมาก ซึ่งจากการสอบถามก็ทราบว่า หมูป่าที่มีอยู่ได้เข้าไปหากินภายในป่าด้านในที่ลึกเข้าไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเชิงเขาเต็มไปด้วยโขดหินน้อยใหญ่ ทำให้มองไม่เห็นโดยระหว่างที่นายณัฐวุฒิ โพธิ์แก้ว โยนผักบุ้งลงจากรถ ก็พบว่ามีสัตว์ประเภทกวาง ได้วิ่งกรูกันออกมาจากที่ซ่อนตัว แย่งผักกินกันอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อกินหมดกวางเหล่านั้นก็ได้วิ่งตามรถมาอย่างกระชั้นชิด แต่ผักที่เหลืออยู่ไม่สามารถให้ได้ เนื่องจากต้องนำไปให้ วัว และควาย อีกกว่า 100 ตัว ที่รออยู่บริเวณประตูวัด แต่นายณัฐวุฒิ โพธิ์แก้ว และนายอำนวย โยธี ได้ช่วยกันนำอาหารเมล็ดที่ยังคงพอมีเหลืออยู่ในห้องเก็บของออกมาให้กวางได้กินเป็นอาหารเสริม

และขณะที่ทั้งสองขับรถยนต์กระบะไปถึงหน้าประตู เมื่อฝูงวัวและฝูงควายมองเห็นต่างก็วิ่งกรูกันเข้ามาล้อมรถยนต์เอาไว้ เพราะสัตว์เหล่านี้รู้ดีว่าลูกศิษย์วัดทั้งสองกำลังนำอาหารมาให้ เมื่อโยนผักบุ้งลงไป ทั้งฝูงวัวและฝูงควายต่างก็แย่งกินกัน ซึ่งมีไม่กี่ตัวเท่านั้นที่ได้กิน เนื่องจากผักไม่เพียงพอกับจำนวนของวัวและควายที่มีอยู่ บางตัวมีสภาพร่างกายที่ผอมโซ และได้แต่ยืนมองตัวที่แข็งแรงกินผักเท่านั้น

โดยนายเกษมศร พลชัย ลูกศิษย์วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน เปิดเผยภายหลังว่า สัตว์ชนิดต่างๆที่ทางวัดเลี้ยงเอาไว้มีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันได้เข้าไปอาศัยอยู่ตามจุดต่างๆทำให้มองไม่เห็นเพราะพื้นที่ของวัดมีบริเวณที่กว้างมาก สำหรับอาหารสัตว์ที่มีอยู่ก็ได้รับการบริจาคจากลูกศิษย์ลูกหาของหลวงพ่อสายวัดป่าหลวงตามหาบัวฯ นำมาบริจาคให้ แต่ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของสัตว์ที่มีอยู่ เพราะว่าสัตว์เหล่านี้กินอาหารตลอดทั้งวัน ก็อยากจะวิงวอนขอให้ประชาชน และนักท่องเที่ยว หรือหน่วยงานภาครัฐ ที่มีจิตศรัทธา สงสารสัตว์เหล่านี้ มาช่วยกันบริจาคอาหารสัตว์ได้ที่วัด ไม่ว่าจะเป็นพืชผักชนิดต่างๆ สัตว์ก็สามารถกินเป็นอาหารได้หมดด้านนายณัฐวุฒิ โพธิ์แก้ว กล่าวว่า หลังจากที่ทางกรมอุทยานฯขนย้ายเสือของกลางออกไปหมด ทำให้ทางวัดต้องปิดตัวลงเพราะไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวเหมือนในอดีต ซึ่งก็ส่งผลกระทบกับเงินรายได้ที่นำมาซื้อพืชผักมาเลี้ยงสัตว์เหล่านี้ และพวกตนก็ไม่มีรายได้อะไร ส่วนอาหารการกินของพวกตนก็ต้องอาศัยข้าวจากก้นบาตรพระ ที่ต้องอยู่ก็เพราะพวกตนสงสารสัตว์กลังว่าเมื่อมีผู้นำอาหารมาบริจาคแล้วจะไม่มีใครนำอาหารเข้าไปให้สัตว์ที่อยู่ด้านใน

“ทุกวันนี้อาหารที่มีผู้นำมาบริจาคก็ไม่เพียงพอ จึงจำเป็นต้องนำไปให้เฉพาะช่วงเช้าและเย็นเท่านั้น สัตว์บางชนิดบางตัวก็เริ่มป่วย และเริ่มตั้งท้อง พวกตนก็ต้องปล่อยไปตามสภาพ ซึ่งหากหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะสัตว์แพทย์ เข้ามาให้ความช่วยเหลือดูแลสุขภาพของสัตว์เหล่านี้บ้างเป็นระยะๆ ก็จะเป็นการดี และขอฝากไปถึงประชาชนที่มีใจรักสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ชนิดใดก็ตาม ขอให้ช่วยกันนำอาหารมาบริจาคให้กับสัตว์ที่มีอยู่ได้กิน เชื่อว่าทุกคนมาจะได้บุญไปตามๆกัน เพราะสัตว์ประเภทวัว และควาย เป็นสัตว์ที่มีชาวบ้านไถ่ชีวิตออกมาจากโรงฆ่าสัตว์ แล้วนำมาถวายให้กับทางวัดเป็นผู้เลี้ยงดู มาตั้งแต่เมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว จนมีการขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก”นายณัฐวุฒิ กล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

เช็คบิลไม่มีเงินจ่าย!! สั่งปิดร้าน อดีตปลัดถามใหญ่มาจากไหน-ถูกยิงสาหัส หนุ่มโดดช่วยตาย

 เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 22 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุยิงกันที่ร้านอาหารวรรณคาราโอเกะ เลขที่ 119/34 หมู่ 1 ตลาดซอย 1 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมผู้บังคับบัญชา แพทย์เวร รพ.ชลบุรี และ กู้ภัยมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์ พบภายในร้านคาราโอเกะ โต๊ะอาหารล้ม มีเศษขวดแตกเกลื่อน ที่พื้นพบร่างนายภูมิชาย อิสสระวิริยกุล อายุ 50 ปี อดีตปลัดอำเภอเกาะสีชัง ถูกยิงด้วยกระสุนปืนขนาด 9 มม. เข้าที่บริเวณคาง 2 นัด ไหล่ขวา 1 นัด นอนจมกองเลือด ร้องครวญครางอาการสาหัส กู้ภัยฯ รีบนำร่างส่ง รพ.ชลบุรี ห่างออกมาเล็กน้อยพบศพนายฉลาด อนุรักษ์ อายุ 46 ปี อยู่ หมู่ 3 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี ถูกยิงนอนเสียชีวิตข้างเวทีดนตรี สอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์ เผยว่า มือปืนที่ยิงมานั่งในร้านก่อนและได้โทรเรียกผู้ตายและบาดเจ็บมานั่งดื่มกินกัน จนทั้งหมดเมาและร้านเลิก ขอเช็กบิล แต่มือปืนบอกว่าไม่มีเงิน มีอยู่ 300 บาทเอง และได้บอกให้ปิดร้านเลย อย่าเปิดอีก ทางผู้บาดเจ็บจึงได้บอกว่า ใหญ่มาจากไหนถึงสั่งปิด หลังจากนั้นได้ทะเลาะกันจนชกต่อยกันล้มลง ผู้ตายได้มาช่วยผู้บาดเจ็บ จนเกิดชกกันอีกคู่ จนกระทั่งผู้ชายใส่เสื้อดำได้ชักอาวุธปืนยิงใส่ผู้ตายอย่างใจเย็น จนฟุบลง และเสียชีวิตคาที่ หลังจากนั้นได้หันมายิงอดีตปลัดอีกหลายนัดจนล้มลง แล้วก็เดินออกจากร้านไปขึ้นรถเก๋งสีดำอย่างใจเย็น ขับหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อจะได้ติดตามจับกุมมือปืนโหดมาดำเนินคดีต่อไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจรู้แล้วว่ามือปืนเป็นใคร

ที่มา>>>ข่าวสด

วอนช่วย 2 เด็กหญิงยากจน ต้องอยู่บ้านเก่าๆ ห้องน้ำไม่มีฝาปิด

เมื่อเวลา 17.00 น.ของวันนี้ที่ 20 มิ.ย. 59 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ในหมู่ 3 ต.แสวงหา อ.แสวงหา จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งในทางโลกโซเชียลว่ามีเด็กหญิง2คนชีวิตน่าสงสาร ยากจนมาก หลังจากเดินทางไปตรวจสอบพบ ด.ญ.กนกพร เวทยสุขุม หรือ น้องพลอย อายุ 12 ปี นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และ ด.ญ.ฐิติรัตน์ เวทยสุขุม หรือน้องแพร อายุ 8 ขวบ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กำลังเล่นอยู่หน้าบ้าน ไม่นานนางรุ่งทิพย์ ลิ้มกระจ่าง อายุ 45 ปี แม่ของเด็กหญิงทั้ง2คนก็มาหาลูกๆ ส่วนนายวิชัย อายุ 53 ปี พ่อของน้องพลอยและน้องแพรไปทำงานก่อสร้างต่างจังหวัดเย็นๆ จึงจะกลับมานางรุ่งทิพย์ กล่าวว่า ตนได้แยกทางกับนายวิชัย และไปมีครอบครัวใหม่แต่ก็จะมาดูลูกอยู่บ่อยๆ และบ้านที่เห็นนั้นเป็นบ้านเช่าที่นายวิชัยอดีตสามี อยู่กับลูกทั้ง 2 คน โดยนายวิชัยพิการทางขา แต่ก็เป็นคนขยันดูแลลูกอย่างดีโดยจะออกไปรับจ้างทำงานก่อสร้างได้วันละ 400 บาท ส่วนลูกทั้ง2คนก็อยู่บ้าน ถามว่าตนเป็นห่วงลูกไหมก็บอกว่าเป็นห่วงแต่ตนก็ลำบากออกไปเช่าบ้านอยู่เหมือนกันทำงานได้เงิน 40 50 บาทก็เอามาให้ลูก ส่วนค่าเช่าบ้านหลังนี้ก็เดือนละ 600 บาทไม่รวมค่าน้ำค่าไฟผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากไปตรวจสอบแล้วพบว่าบ้านหลังดังกล่าวทรุดโทรมมากโดยเฉพาะห้องน้ำที่หลังคาก็ไม่มีฝาด้านข้างก็พังเกือบหมดประตูก็ปิดไม่ได้  ซึ่งอาจจะเสี่ยงต่อพวกมิจฉาชีพอย่างมาก  ซึ่งผู้ใจบุญสามารถโอนเงินมาช่วยเหลือได้ที่หมายเลขบัญชีธนาคาร ธ.ก.ส. บัญชีเงินฝากออมทรัพย์สาขาแสวงหา เลขที่ 0-200-5685-5703 ชื่อเด็กหญิง กนกพร เวทยสุขุม

ที่มา>>>ข่าวสด

โลกโซเชี่ยลแห่ชื่นชม‘ผู้ว่าฯอยุธยาฮีโร่’ เข้าไปช่วย-อุ้มด.ช.10ขวบโดนจยย.ชนบาดเจ็บ

 วันที่ 20 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวโซเชี่ยลอยุธยาแชร์ภาพนายประยูร รัตนเสนย์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา กำลังอุ้มเด็กนักเรียนชายที่ร้องไห้ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถจยย.ชนกับรถจยย. บนถนนโรจนะขาออก บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันชลอ ต.คานหาม อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา จากการตรวจสอบพบว่าอุบัติเหตุรายนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 20 มิ.ย. โดยพบว่ารถจยย.เวฟ 110 สีแดง สีดำ ทะเบียน ขกพ-284พิษนุโลก ชนกับรถจยย.ฮอนด้า 400ซีซี สีดำ ทะเบียน 1กค-4827 อุทัยธานี ทำให้ด.ช.ปุนนาวิต นาคประเสริฐ อายุ 10 ปี และนางทองสิน นาคประเสริฐ อายุ 50 ปี ได้รับบาดเจ็บ ขณะเกิดอุบัติเหตุนายประยูร รัตนเสนีย์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ระหว่างเดินทางไปเป็นประธานเปิดงานวันเห็ดตับเต่าบาน ที่สามเรือน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงสั่งให้คนขับรถจอดรถแล้วลงไปให้การช่วยเหลือ นางทองสินและด.ช.ปุนนาวิต ก่อนที่มูลนิธิพุทไธสวรรย์จะนำมาส่งโรงพยาบาล โดยด.ช.ปุนนาวิตหวาดกลัวร้องไห้ตลอดเวลา นายประยูรจึงเข้าไปอุ้มและปลอบใจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเป็นภาพที่สร้างความประทับใจให้กับประชาชนที่ผ่านไปผ่านมา เมื่อเห็นพ่อเมืองซึ่งมีจิตใจเมตตาและให้การช่วยเหลือประชาชนด้วยตนเอง ทั้งที่สามารถสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือแล้วท่านไปปฎิบัติภารกิจราชการได้ แต่ลับให้การช่วยเหลือด้วยตนเอง นับว่าเป็นข้าราชการของประชาชน

ที่มา>>>ข่าวสด

เพื่อนบ้านแจ้งพิรุธ บ้านชายมะกันซุกเด็กมีแต่ผู้หญิง 12 คน หนึ่งรายถูกข่มขืน

วันที่ 19 มิ.ย. เอพีรายงานว่า เกิดคดีตัวอย่างในรัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อเพื่อนบ้านช่วยเป็นหูเป็นตาแจ้งตำรวจจนจับกุมชายอายุ 51 ปี ทราบชื่อภายหลัง นายนายลี แคปแลน อายุ 51 ปี และช่วยเด็กหญิงที่อยู่ในบ้านชายคนนี้ได้ถึง 12 คน อายุ  6 เดือนถึง 18 ปี โดยเหยื่อที่อายุ 18 ปีถูกข่มขืนกระทำชำเรา

ตำรวจยังสอบสวนขยายผลไปจับกุมพ่อแม่เหยื่อสาว หลังพบว่าทั้งสองมอบลูกให้ชายคนนี้อ้างว่าเป็น“ของขวัญ” ที่ทำให้พวกตนพ้นจากความขัดสน ตอนที่ลูกอายุ 14 ปี

นางเจน เบ็ตซ์ ชาวเมืองฟีสเตอร์วิลล์ ผู้เห็นพิรุธดังกล่าว เปิดเผยว่า ตนเฝ้าบอกสามีว่า บ้านของนายแคปแลนมีอะไรผิดปกติอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเมื่อเห็นเด็กหญิงสองคนที่ดูเศร้าและมีสีหน้าหวาดหวั่นทุกครั้งที่ตนมองข้ามหน้าต่างและต้นหญ้าสูงออกไป สุดท้าย ตนจึงตัดสินใจแจ้งตำรวจภาพจาก philly.com

เมื่อตำรวจในเขตแลงคาสเตอร์มาตรวจสอบจึงพบเด็กๆ อีกมากในบ้านหลังนี้ ขณะที่เหยื่อสาวอายุ 18 ปี ให้การกับตำรวจว่า หลังจากตนถูกพ่อแม่มอบให้นายแคปแลน ตนก็ตั้งครรภ์และมีลูกกับนายแคปแลน ปัจจุบันลูกอายุ 3 ขวบครึ่ง

นายบ๊อบ กรีนฟีลด์ เพื่อนบ้านอีกคน เปิดเผยว่า นายแคปแลนดูเป็นคนแปลก ตนรู้สึกผิดที่ไม่ได้รีบแจ้งตำรวจทั้งๆ ที่ในใจนั้นสงสัยมานานแล้ว ถ้าแจ้งความเร็ว เด็กๆ อาจได้รับความช่วยเหลือเร็วกว่านี้

เดวิด เฮกเลอร์ อัยการเขต ตั้งข้อหานายแคปแลนข่มขืน สัมผัสผู้เยาว์โดยผิดกฎหมาย และรุกล้ำทำร้ายทางเพศ ส่วนเด็กๆ ได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่แล้ว จากการตรวจสอบเด็กๆ ไม่ได้ไปโรงเรียนและแทบจะไม่ออกมานอกบ้าน ไม่แน่ชัดว่าได้เคยพบแพทย์หรือไม่ แต่ทั้งหมดไม่ได้ดูมีสุขภาพแย่ และไม่มีอาการหวาดผวาใดๆ

นายลี แคปแลน ภาพ-AP

ส่วนนายแดเนียล สโตลซ์ฟัส  พ่อของเหยื่อที่อายุ 18 ปีถูกตั้งข้อหาสมคบคิดก่ออาชญากรรมและละเมิดทางเพศ หลังให้การว่า ตนและภรรยาค้นหาผู้ที่จะช่วยเหลือทางการเงินได้ตามกฎหมายทางโลกออนไลน์ จากนั้นนายแคปแลนติดต่อเข้ามาช่วยทำให้พวกตนไม่ต้องเสียไร่นาไป พวกตนจึงมอบลูกสาว ขณะอายุ 14 ปีให้เป็นของขวัญ

ตำรวจเผยว่าจะสอบสวนต่อไปว่า มีพ่อแม่รายอื่นๆ ที่กระทำต่อลูกในลักษณะเดียวกันนี้หรือไม่ แต่พ่อแม่ของหญิงสาวอายุ 18 ปี อ้างว่า เด็กผู้หญิงคนอื่นๆ ในบ้านนายแคปแลน 9 คน ล้วนเป็นลูกของตน แต่ปรากฏว่าเด็กไม่มีสูติบัตรแจ้งเกิดหรือบัตรสวัสดิการสังคม เจ้าหน้าที่จึงต้องหาทางพิสูจน์ทราบต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ลอบวางบึ้มทหารชุดลาดตระเวนฉก.ปัตตานี 25 ถูกสะเก็ดระเบิดเจ็บ 2 นาย

 เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 20 มิ.ย. ร.ต.อ.สมใจ พูนพนัง รอง สว.พนักงานสืบสวนเวร สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดบนถนนบ้านสายหมอ ม.3 ต.บางเขา อ.หนองจิก เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย ร.2512 ฉก.ปัตตานี 25 ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ถูกนำส่งรพ.หนองจิก ทราบชื่อคือ ส.ท.อังคาร สุ่ยหล้า โดนสะเก็ดที่ขาซ้าย และ พลทหารสมศักดิ์ ศรีฉ่ำ ถูกสะเก็ดระเบิดเข้าแก้มซ้าย ไหล่ซ้าย หูซ้ายอื้อ สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารชุด ร้อย ร.2512 ฉก.ปัตตานี 25 จำนวน 12  นาย กำลังลาดตระเวนเส้นทางเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับคณะครูโดยทางเท้า เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้เกิดระเบิดขึ้น เบื้องต้นพบว่า คนร้ายวางระเบิดแสวงเครื่องซุกไว้ริมถนน เมื่อเจ้าหน้าที่ทหารเดินทางมาจึงกดชนวนระเบิด

ที่มา>>>ข่าวสด