รวบ 4 โจ๋แก๊งลักจยย.ชำแหละอะไหล่ขายผ่านเฟซบุ๊กหาเงินเที่ยว

 เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 23 ก.ค. พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู ผกก.สน.โชคชัย พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ รอง ผกก.สส.สน.โชคชัย พ.ต.ท.บุญฤทธิ์ เสียงใส รรท.สว.สส.สน.โชคชัย พ.ต.ต.กอบศักดิ์ โพธิ์วารี สว.สส.สน.โชคชัย พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.โชคชัย ร่วมกันจับกุมตัวนายอดิศร หรือไอซ์ สุวรรณศรี อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 105/381 ซอยร่มเกล้า 29 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. นายศุภชัย หรือบอล เพียรธัญญะ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 หมู่ 4 ตำบลเกาะโพธิ์ อำเภอเมือง จ.อุทัยธานี นายศรราม หรือเล็ก แพงคำสอน อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108/33 ซ.เคหะร่มเกล้า 15 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร และนายณัฐชัยหรือณัฐ ธรรมโชติ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 338/224 ซ.ร่มเกล้า 16 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ผู้ต้องหาลักรถจักรยานยนต์ พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น โซนิค สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จำนวน 1 คัน เครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ โซนิค จำนวน 1 คัน โครงรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 อัน ชิ้นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น MSX สีเหลือง (ชุดสี, ล้อ, ไฟ, โครงรถ) จำนวน 1 ชุด ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นโซนิค สีเหลือง จำนวน 5 ชิ้น โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ TRUE สีขาว จำนวน 1 เครื่อง และโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ SAMSUNG สีขาว จำนวน 1 เครื่อง พ.ต.อ.สุพล กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งข้อมูลจากผู้เสียหายว่า รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นโซนิค สีเหลือง คันหมายเลขทะเบียน ฬอย618 กรุงเทพมหานคร หายไปจากบริเวณลานจอดรถศรีลาภัส อพาร์ทเม้นท์ เมื่อวันที่ 9 ก.ค. และได้แจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ สน.โชคชัย ต่อมาในวันที่ 21 ก.ค. ผู้เสียหายได้พบว่า มีการประกาศขายรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นโซนิค ที่มีตำหนิรูปพรรณรถตรงกันกับรถที่ถูกขโมยเอาไปทางเฟซบุ๊ก จึงได้ติดต่อขอซื้อรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว พร้อมทั้งนัดหมายซื้อขายกันที่บริเวณปากซอยร่มเกล้า 16 ถนนร่มเกล้า แขวงและเขตมีนบุรี กทม. เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับทราบข้อมูล จึงทำการวางแผนและเดินทางไปตรวจสอบยังสถานที่นัดหมายพร้อมกับผู้เสียหาย เมื่อไปถึงบริเวณปากซอยที่นัดหมาย พบรถจักรยานยนต์ซึ่งผู้เสียหายเห็นแล้วยืนยันว่า เป็นรถจักรยานยนต์ของตนเองที่ถูกลักเอามา กระทั่งเวลาประมาณ 16.30 น. วันเดียวกัน พบนายศรราม และนายณัฐชัย พากันเดินมาที่รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจสอบ ผลการตรวจสอบพบว่า รถจักรยานยนต์คันดังกล่าว มีข้อมูลเลขเครื่องและเลขตัวถังที่ไม่ตรงกัน พ.ต.อ.สุพล กล่าวต่อว่า เมื่อทำการสอบถามนายศรรามและนายณัฐชัย ให้การยอมรับว่า พวกตนร่วมกันถอดเอาเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เก็บไว้บริเวณข้างบ้านเลขที่ 104/48 ซ.ร่มเกล้า 16 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นบ้านพัก แล้วเป็นเอาเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่น โซนิค ทะเบียน ษจต-955 กรุงเทพมหานคร ของตนเองเข้าไปใส่แทนที่ จากนั้น นายศรรามและนายณัฐชัย พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปทำการตรวจยึดของกลางที่เหลือทั้งหมด ที่บริเวณข้างบ้านเลขที่ 104/48

จากนั้นทางตำรวจชุดสืบสวนได้ขยายผลจนทราบของกลางที่พบได้มาจากนายอดิศร และนายศุภชัย เป็นผู้ลงมือก่อเหตุลักขโมยมา ทางตำรวจจึงทำการสืบสวนจนทราบว่า นายอดิศรและนายศุภชัยมักจะมาหาแฟนสาวย่านชุมชนร่มเกล้าโซน 8 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม.อยู่บ่อยครั้ง ทางเจ้าหน้าที่ที่จึงนำกำลังไปตรวจสอบกระทั่ง เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม เวลาประมาณ 17.00 น. นายอดิศรและนายศุภชัย ได้ขับรถจักรยานยนต์เข้ามาบริเวณดังกล่าว มีรูปพรรณตรงตามที่ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ให้การไว้ ทางตำรวจจึงแสดงตัว ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง สอบสวนที่ สน.โชคชัย

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนหน้านี้นายอดิศรเคยถูกต้องโทษคดีลักทรัพย์แล้วออกมาจากเรือนจำนานมาแล้ว และรู้จักกับศุภชัยที่ต้องโทษคดีลักษณะดังกล่าวเช่นกัน แล้วเพิ่งออกมาจากเรือนจำได้เพียงเดือนเศษ จากนั้นมาตั้งก๊วนกับเพื่อนอีก 2 คน ออกตระเวนยามค่ำคืน ก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ตามห้องเช่า อพาร์ตเมนท์ รวมทั้งสิ้นกว่า 6 ครั้ง จากนั้นจะนำรถที่ได้มาฝากให้นายณัฐชัยและนายศรราม ที่ทำหน้าที่ชำแหละรถ แล้วนำไปโพสเฟซบุ๊กเพื่อขายต่ออีกทอด แต่ละครั้งราคาจะไม่กัน ขึ้นอยู่กับสภาพสินค้า สูงสุดราคาประมาณ 6,000 บาท ก่อนนำเงินที่ได้มาแบ่งกัน และนำไปใช้เที่ยวเตร่ตามสถานบันเทิง ส่วนผู้ต้องอีก 2 รายที่เคยร่วมกันก่อเหตุนั้น เพิ่งถูกตำรวจ สน.จรเข้น้อยจับกุมไว้ได้ก่อนหน้านี้

“อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การ ต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อทำการขยายผลการจับกุม หากผู้เสียหายรายใดถูกคนร้ายกลุ่มนี้สามารถเดินทางเข้าชี้ตัวอายัดคดีได้ที่สน.โชคชัย ได้ทันที เบื้องต้นแจ้งข้อหานายอดิศรและนายศุภชัย “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป” ส่วนนายณัฐชัยและนายศรราม แจ้งข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนหรือร่วมกันรับของโจร” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป” พ.ต.อ.สุพล กล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

ศาลพระพรหมเปิดให้สักการะตามปกติแล้ว หลังป้าวูบขับเก๋งพุ่งใส่

จากกรณีสาวใหญ่ขับรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า โซลูน่า หมายเลขทะเบียน พร 915 กรุงเทพมหานคร พุ่งเข้าชนประชาชนที่มาสักการะศาลพระพรหมเอราวัณ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพฯส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหลายรายทั้งชาวไทย-ต่างชาติ 6 ราย เบื้องต้นทราบว่า นางคนึงนิจ เตโชฬาร อายุ 54 ปี ขับรถมากับ นางฐิตา เตโชฬาร ลูกสาวระหว่างที่ขับมาจากถนนพระรามที่ 1 เกิดอาการเส้นเลือดในสมองแตกเฉียบพลัน จนทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ก่อนพุ่งชนแผงกั้นและเข้าไปชนผู้มาสักการะดังกล่าว เหตุเกิดเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 ความคืบหน้า เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 23 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณศาลพระพรหมเปิดให้บริการตามปกติแล้ว โดยยังคงมีประชนชนมาสักการะอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเช้า ส่วนความเสียหายพบว่าบริเวณรั้วริมฟุตบาทถูกยกออกไปแล้ว ขณะที่รถคันที่ก่อเหตุถูกนำไปไว้ที่ สน.ลุมพินี จากการสอบถามพ่อค้าแม่ค้ารอบๆ ศาลต่างบอกว่า เมื่อวันที่ 22 ก.ค. มีกรุ๊ปทัวร์ไม่เยอะมากในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ แต่หากเกิดขึ้นในช่วงก่อนหน้านี้ต้องมีคนเสียชีวิตอย่างแน่นอน แต่เชื่อว่าอย่างไรก็ตาม ท่านท้าวมหาพรหมที่ศักดิ์สิทธิ์ จะปกป้องคุ้มครองท่านที่มาสักการะและผู้ที่บาดเจ็บให้ปลอดภัย ทั้งนี้ ในช่วงเวลา 10.30 น. ทางโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะแถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจะมาตรวจสอบความเสียหายที่บริเวณศาลอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบ 2 โจ๋อาชีวะ คว้ามีดฟันนักเรียนคู่อริเข้ากลางอก เลือดสาด

เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ขณะที่พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และฝ่ายปราบปราม ร่วมกันออกตรวจตราพื้นที่รับผิดชอบตามปกติ กระทั่งมาถึงบริเวณซอยคู้บอน 27 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ก็พบนักเรียนอาชีวะชื่องดังแห่งหนึ่งย่านมีนบุรี 4 คน ขับขี่และซ้อนท้ายรถจยย.กันมา 3 คัน โดยพบว่าคนซ้อนท้ายเหน็บอาวุธมีดไว้กลางหลัง จึงขับรถตามเพื่อสังเกตุพฤติกรรม แต่ระหว่างนั้นกลุ่มนักเรียนดังกล่าวก็พบนักเรียนคู่อริ ขับขี่และซ้อนท้ายรถจยย.กันมา 2 คน จังหวะนั้นนักเรียนอาชีวะย่านมีนบุรี ได้ใช้อาวุธมีดฟันเข้าที่กลางหน้าอกของนักเรียนคู่อริ ซึ่งเป็นคนขับรถจยย.จนได้รับบาดเจ็บเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงไล่ติดตามผู้ก่อเหตุจนสามารถจับกุมตัวไว้ได้ 2 คน ทราบชื่อคือนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี และนายบี (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี พร้อมของกลางอาวุธมีดหัวตัด 1 เล่ม มีดดายหญ้า 1 เล่ม และรถจยย.ฮอนด้าเวฟ 110 ไอ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 2กล 7413 กทม. ส่วนอีก 2 คน หลบหนีไปได้ หลังจากนั้นจึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู นำผู้บาดเจ็บส่ง ร.พ.นพรัตนราชธานี เพื่อรักษาอาการอย่างเร่งด่วนสอบสวนเพื่อนผู้บาดเจ็บให้การว่า ตนและผู้บาดเจ็บเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ช่างสถาปัตย์ ของสถาบันแห่งหนึ่ง ขณะที่เพื่อนกำลังขี่รถจยย.มาถึงที่เกิดเหตุ เพื่อไปส่งตนกลับบ้านพัก จู่ๆ ก็มีกลุ่มนักเรียนดังกล่าว เข้ามาประกบก่อนเรียกให้เพื่อนตนจอดพร้อมทั้งขอดูแหวนที่นิ้วมือ และสอบถามว่าศึกษาอยู่ที่สถาบันไหน แต่ผู้บาดเจ็บบ่ายเบี่ยงตอบกลับไปว่าเรียนกศน. จากนั้นนายเอ ก็ได้ใช้มีดฟันเพื่อนตนเข้าที่หน้าอก 1 แผล จนเลือดสาด โชคดีที่ถูกซี่โครงด้านขวาหากเป็นข้างซ้ายอาจทะลุปอดจนส่งผลให้ตนเสียชีวิตได้ กระทั่งมีตำรวจมาจับกุมตัวไว้ได้

ด้านพ.ต.อ.สิงห์ เปิดเผยว่า ภายหลังจับกุมผู้ก่อเหตุ จะได้ประสานกับผู้ปกครองเพื่อมารับทราบถึงพฤติกรรม หลังจากนี้จะดำเนินการตามขึ้นตอนของกฎหมายซึ่งเป็นคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 30/2559 เรื่องมาตราการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษา และแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอาการบาดเจ็บสาหัสก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ขาดสองท่อน!! นักดนตรีหนุ่มซิ่งชนสาวออกมาซื้อข้าวให้ลูกดับสยอง-สลด2ดญ.รอแม่

 เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 22 ก.ค. ร.ต.ท.ศตวรรฒ แวงแสน พงส.สภ.เมืองประจวบฯ ได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีว่า เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งเสียหลักชนกับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างซาเล้ง มีผู้เสียชีวิตคาที่ บริเวณถนนเกาะหลัก หน้าโรงเรียนศิริ ใกล้กับแยกไฟแดงหมู่บ้านดอนทราย เขตเทศบาลเมืองประจวบฯ จึงพร้อมด้วย ร.ต.ต.ถาวร หอมหวล รอง สวป.สภ.เมืองประจวบฯ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างประจวบ รุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ

พบรถจักรยานยนต์พ่วงข้างซาเล้งยี่ห้อฮอนด้าเวฟสีเขียว-เทา หมายเลขทะเบียน ขกต 541 ประจวบฯ สภาพรถฉีกขาดออกเป็นสองท่อน บังโคลนแตก ล้อหน้าคด คนขับเสียชีวิตคาที่เกิดเหตุ ทราบชื่อต่อมา คือ น.ส.กรรณิการ์ จิตวงศ์นันท์ อายุ 33 ปี อยู่ หมู่บ้านดอนทราย อำเภอเมืองประจวบฯ ตรวจสอบภายในร่างกายและที่เกิดเหตุ พบเงินจำนวน 240 บาท และอาหารกล่องจากร้าน เซเว่นฯ คาดว่ากำลังจะนำกลับไปให้ลูกสาววัย 10 ขวบ และ 4 ขวบ ที่อยู่บ้านตามลำพัง 2 คน ใกล้กันพบรถโตโยต้า วีโก้ สีขาว ทะเบียน กฉ 4820 ประจวบฯ สภาพรถด้านซ้าย มีรอยเฉี่ยวชนเสียหาย คนขับ คือ นายสันติ บุตรนามทอง อายุ 28 ปี เป็นนักดนตรีโฟล์คซอง ที่ร้านอาหารสหายเหล้าปั่น ในเขตเมืองประจวบฯ ไม่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนสาเหตุเบื้องต้น นายสันติ คนขับรถเก๋ง เล่าว่า หลังเลิกเล่นตนตรีจากร้านสหายเหล้าปั่น เก็บของเสร็จ และกำลังขับรถเก๋งไปหาเพื่อนที่ร้านโรงเบียร์ ระหว่างทางเกิดฝนตกหนัก เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้มีสุนัขวิ่งตัดหน้าประกอบกับดอกยางรถใกล้หมด ทำให้รถเสียหลักลื่นไปชนกับรถซาเล้งที่กำลังวิ่งสวนมาอย่างเต็มแรง ทำให้รถซาเล้งขาด 2 ท่อน คนขับซาเล้งเสียชีวิตคาที่ นอกจากนี้ความแรงของรถยังไถลออกไปอีก 20 เมตร ทำให้ร้านค้าได้รับความเสียหาย 3 หลัง และรถยนต์ที่จอดอีก 1 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวคนขับรถเก๋งไปเป่าวัดปริมาณแอลกอฮอล์ที่โรงพัก พบว่ามีค่าระดับแอลกอฮอล์ในเลือดสูงกว่าที่กฎหมายกำหนด จึงได้ดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป   ส่วน น.ส.กรรณิการ์ จิตวงศ์นันท์ ที่เสียชีวิตคาดว่าน่าจะออกมาซื้อข้าวกล่องจากร้านเซเว่นฯ เพื่อจะนำกลับไปให้ลูกสาววัย 10 ขวบ และ 4 ขวบ ที่อยู่บ้านตามลำพัง 2 คน เพราะตอนเช้าจะต้องไปโรงเรียน แต่มาถูกรถชนทำให้เสียชีวิตระหว่างทาง ร.ต.ท.ศตวรรฒ แวงแสน เจ้าของคดี จึงได้ประสานสายตรวจให้ไปตรวจสอบที่บ้านพัก พบเด็กหญิงอยู่เพียงลำพัง 2 คน ทราบว่า แม่มีสามีอยู่ต่างประเทศส่วนญาติคนไทยอยู่ใน กทม. เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานพัฒนาสังคมและความมั่งคงของมนุษย์จังหวัดมาดูแลเด็กและพยายามตามหาญาติของผู้ตายแล้ว แต่ยังไม่พบ

ที่มา>>>ข่าวสด

สิบล้อบรรทุกหมูส่งชายแดนเขมร คนขับหลับในรถพลิกคว่ำ หมูตาย-เจ็บเกลื่อน

14690210741469021099lเมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 20 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ธงชัย ลบพื้น พนักงานสอบสวนเวร สภ.คลองหาด จ.สระแก้ว ได้รับแจ้งเหตุจากหน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญูจุดคลองหาด ว่า ได้เกิดอุบัติเหตุรถสิบล้อบรรทุกหมูพลิกคว่ำบนถนนสาย คลองหาด-วัฒนานคร ช่วงบริเวณบ้านซับมกรูด ม.7 ตำบลคลองหาด  อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว พอได้รับแจ้งแล้ว จึงรีบรายงานให้ พ.ต.อ.สมศักดิ์ บุญประเสริฐนนท์ ผกก.สภ.คลองหาด ทราบ จากนั้นได้นำกำลัง จนท.ตร. สภ.คลลองหาด รุดไปยังที่เกิดเหตุเป็นทางโค้ง ทำให้รถติดเป็นจำนวนมาก พบรถสิบล้อ ยี้ห้อ ฮีโน่สีขาว หมายเลขทะเบียน 82-8610 ฉะเชิงเทรา บรรทุกหมูใส่ไว้ในกรงเหล็กเรียงเป็นชั้นๆ ซ้อนกันประมาณ 70 ตัว พลิกคว่ำอยู่บนถนน โดยมีหมูนอนตายและบาดเจ็บร้องกันลั่นเกลื่อนบางตัวก็บาดเจ็บส่งเสียงร้องระงมอยู่ในกรงรถที่บรรทุกหมู ในขณะที่หมูบางตัว ก็หลุดออกจากรถมาอยู่ข้างถนน หน่วยกู้ภัยร่วมกตัญญูจุดคลองหาด และชุดปฏิบัติการฉุกเฉิน อบจ.สระแก้ว ทหารพรานที่ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 13 ต้องช่วยกันจับหมูเคลื่อนย้ายขึ้นรถอีกคัน ก่อนที่เจ้าของรถจะประสานรถบรรทุกหมูอีกคัน นำกรงมาใส่หมูที่รอดตายและต้องคอยฉีดน้ำขี้โคลนเนื่องในขณะเกิดอุบัติเหตุมีฝนตกมาอย่างหนักอย่างไม่ลืมหูลืมตา จากนั้นหน่วยกู้ภัยฯ ได้ใช้เครื่องตัดถ่างลูกกรงเหล็ก เพื่อนำหมูออกจากตัวรถได้ประมาณ 70 ตัว โดยมีหมูที่ตาย  จำนวน 10 ตัว ส่วนใหญ่ถูกรถทับและทับกันเอง ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะเคลียร์ทั้งหมูและรถบรรทุกออกจากถนนได้จากการสอบถาม นายอาทิตย์  อินทร์ชัย อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ 9 ต.โนนยัง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด  ซึ่งเป็นคนขับรถสิบล้อ กล่าวว่า หมูทั้งหมดรับซื้อมาจากผู้เลี้ยงที่ในจังหวัดมุกดาหาร  ตนเองเป็นผู้รับจ้างขับรถบรรทุกหมูมา เพื่อนำไปส่งขายประเทศกัมพูชา ผ่านจุดผ่อนปรนบ้านเขาดิน อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ไปที่อำเภอสำเภาลูน จ.พระตะบอง จนมาถึงที่เกิดเหตุ เกิดอาการง่วงวูบ จนหลับใน ทำให้รถเสียหลักพุ่งลงไปลงข้างถนน พอตกใจตื่นขึ้นรถก็ตกถนนพลิกตะแคงข้างเสียแล้ว โดยตนเองก็ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด หลังจากออกจากรถมาได้ก็พบว่ามีหมูหลายตัวร้องระงม หลังจากนั้นได้โทรศัพท์หาเถ้าแก่ และได้นำรถขึ้น ส่วนหมูที่ตายและบาดเจ็บเถ้าแก่ สั่งให้ขายหมูที่ตายแล้ว และที่กำลังจะตายให้ชาวบ้านที่มามุงดูในราคาถูกตัวละ 2,500  บาท ทำให้ชาวบ้านที่ทราบข่าวพากันมาแห่ซื้อหมูไปจำนวนมาก ส่วนหมูตายพ่อค้าหมูที่ตลาดเขาดินมารับซื้อต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ผู้โดยสารร้องลั่นรถตู้กรุงเทพ-ชลบุรีชนสนั่นสิบล้อโชเฟอร์ถูกอัดร่างติดคาซาก

 เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 21 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่บริเวณถนนสายสุขุมวิท (บางนา-ตราด) ฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร หลักกม. ที่ 52 ถนนสุขุมวิท บางนา-ตราด ม.6 ต.คลองตำหรุ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี จึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่มูลนิธิไตรคุณธรรมชลบุรีรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุพบรถตู้โดยสารสายกรุงเทพ-ชลบุรี เลขข้างรถ 48-48 หมายเลขทะเบียน 14-9883 กรุงเทพมหานคร ในสภาพที่ด้านหน้าพังยับ พบผู้โดยสารที่นั่งมาเต็มคันรถจำนวน 12 ราย ได้รับบาดหลายรายบางรายหัวแตก คิ้วแตก และถลอกตามร่างกาย นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามช่วยเหลือนายสวัสดิ์ รุ่งพรภิญโญ อายุ 79 ปี โชเฟอร์รถตู้ที่บริเวณช่วงขา ถูกคอนโซลรถกดทับไม่สามารถออกมาได้ ทางกู้ภัยต้องใช้เครื่องมือตัดถ่าง โดยใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง จึงสามารถช่วยออกมาได้ พบได้รับบาดเจ็บบริเวณที่ขาทั้งสองข้าง จึงรีบน้ำส่งโรงพยาบาลจุฬารัตน์บางปะกง ห่างออกไปประมาณ 20 เมตร พบรถบรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน 80-0378 ราชบุรี จอดอยู่
นายไตรภพ คุ้มอิ่ม อายุ 37 ปี คนขับรถบรรทุกให้การว่า ขับรถบรรทุกกำมะถันมาจากจังหวัดราชบุรี เพื่อที่จะไปส่งที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนเกิดเหตุยูเทริ์นกลับรถ รถตู้โดยสารคันดังกล่าวก็ได้วิ่งมาชนท้ายด้านฝั่งขวาเข้าอย่างจัง จนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายรายอย่างที่เห็น
ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของคนขับรถสิบล้อ เพราะรถสิบล้ออาจจะกลับรถตัดอย่างกระชั้นชิดและไม่ทันที่จะดูรถตู้ที่วิ่งมา โดยทางตำรวจต้องรอให้คนขับรถตู้และผู้โดยสารที่บาดเจ็บหายดีก่อน แล้วจะเรียกมาสอบปากคำถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดคลิปวงจรปิด นาที”แม่บ้าน”หยอกล้อกับ”คนร้าย”ในลิฟท์ ก่อนจะถูกจ้วงแทงดับ

จากกรณีพบศพน.ส.ศิลาณี ระดมสุข อายุ 35 ปี มีบาดแผลถูกแทงด้วยมีดที่หน้าอกและแผ่นหลังจำนวนหลายแห่ง นอนเสียชีวิตภายในอาคาร AIA ชั้น 27 ย่านห้วยขวาง กทม. ที่บริษัท SCG ที่มาเช่าชั้นดังกล่าว โดยผู้ตายเป็นแม่บ้านของอาคารดังกล่าว หลังพบศพเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบกล้องวงจรปิดของอาคาร พบว่าผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งชื่อนายทรงยศ แซ่กี้ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของผู้ตาย เดินออกจากบริเวณดังกล่าว  จากการสอบสวนคาดว่า ก่อนเกิดเหตุนายทรงยศได้เข้ามาพบน.ส.ศิลาณีที่ชั้น 27 ก่อนมีปากเสียงกันรุนแรง ก่อนจะลงมือสังหารผู้ตาย นอกจากนี้ รปภ.ของอาคารระบุว่าเห็นนายทรงยศเข้าไปล้างมือในห้องน้ำ โดยเสื้อผ้าที่สวมเปื้อนเลือด พอรปภ.เรียกถาม นายทรงยศก็วิ่งลงไปที่ชั้นล่างแล้ววิ่งออกจากอาคารขึ้นรถไฟฟ้าหลบหนีไปทันที

ค่ำวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำคลิปจากกล้องวงจรปิดในลิฟต์ของอาคารเอไอเอมาตรวจสอบ พบว่าช่วงก่อนเกิดเหตุ นายทรงยศพร้อมด้วยน.ส.ศิลาณี ผู้ตาย ได้ขึ้นลิฟท์พร้อมกัน โดยมีรปภ.อีกคนอยู่ในลิฟท์ ซึ่งจากกล้องจะพบว่าน.ส.ศิลาณีได้หยอกล้ออย่างสนิทสนมกับนายทรงยศตลอดเวลา ก่อนจะเดินออกจากลิฟต์ไป จากนั้นไม่นานน.ส.ศิลาณีก็ถูกคนร้ายแทงตายหน้าลิฟท์ และมีรปภ.พบเห็นนายทรงยศวิ่งออกจากอาคารไปทั้งที่เสื้อเปื้อนรอยเลือด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ห้วยขวาง ยังระดมกำลังติดตามหาตัวนายทรงยศ ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยคดีนี้อย่างกระชั้นชิด

ที่มา>>>ข่าวสด

วงเหล้ามีฆ่ากัน! หนุ่มใหญ่หึงโหด-เพื่อนพูดแทะโลมเมียสาว คว้ามีดไล่แทงดับสยอง

เมื่อเวลา 21.40 น. วันที่ 18 ก.ค. พ.ต.ท.อุดมชาติ ทองไซร้ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี รับแจ้งเหตุคนถูกแทงเสียชีวิตในบ้านเลขที่ 115/3 ม.4 บ้านห้วยหิน ต.เขาใหญ่ อ.ชะอำ รุดไปตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิตเป็นชายนอนหงายสวมกางเกงขาสั้นสีดำ ไม่สวมเสื้อ มีรอยถูกแทงบริเวณใต้ราวนมซ้าย 1 แผล ตรงหัวใจพอดี นอนเสียชีวิตอยู่หลังบ้าน ทราบชื่อต่อมาคือนายภิรมย์ คลังเมือง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58 ม.6 ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี และมีผู้ถูกแทงอีก 1 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลชะอำไปก่อนหน้านี้ ทางโรงพยาบาลส่งต่อไปยังโรงพยาบาลพระจอมเกล้าเพชรบุรี เนื่องการอาการค่อนข้างสาหัส ทราบชื่อต่อมาคือ นายจิรายุ คลังเมือง อายุ 28 ปี น้องชายนายภิรมย์

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือนายบุญยัง ฤทธิ์เลิศ หรือนายบะ อายุ 52 ปี ก่อนเกิดเหตุตั้งวงดื่มสุรากับเพื่อนๆราว 4 คน ซึ่งมีผู้ตายและผู้บาดเจ็บรวมอยู่ด้วย กระทั่งเมาจึงมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงถึงขั้นทะเลาะวิวาทกัน โดยนายบะใช้มีดแทงนายบุญยังจนเสียชีวิต ส่วนนายจิรายุถูกแทงอาการสาหัส หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวนายบะได้ และนำตัวไปสอบปากคำที่ สภ.ชะอำ

เบื้องต้นคาดว่า สาเหตุน่าจะมาจากผู้ตายและผู้บาดเจ็บมาจีบภรรยาของนายบะซึ่งยังสาวและหน้าตาดี ขณะตั้งวงดื่มสุราจนเมาได้พูดจาลวนลามกัน ทำให้นายบะเกิดการหึงหวง ถึงขั้นมีปากเสียงทะเลาะวิวาท ก่อนใช้มีดแทงนายภิรมย์เสียชีวิตและน้องชายบาดเจ็บสาหัส อย่างไรก็ตาม ตำรวจอยู่ระหว่างควบคุมตัวนายบะที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยมาสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง ซึ่งนายบะยังอยู่ในอาการมึนเมา

ที่มา>>>ข่าวสด

แฟนไทยเฮ!! ‘เมย์ รัชนก’ พ้นข้อกล่าวหาใช้สารโด๊ป ลุยแข่งโอลิมปิกต่อ(คลิป)


จากกรณี น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ นักแบดมินตันสาวไทย ไม่ผ่านกระบวนการตรวจสารต้องห้าม จนเป็นข่าวใหญ่โตที่ผ่านมา เพราะอาจถูกตัดสิทธิ์ไปแข่งโอลิมปิกด้วย

ล่าสุด เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ที่โรงแรมอโนมา น้องเมย์ รัชนก พร้อมด้วยคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ แม่ปุก นางกมลา ทองกร ผู้อำนวยการโรงเรียนสอนแบดมินตันบ้านทองหยอด และ “โค้ชเป้” นายภัททพล เงินศรีสุข ผู้ฝึกสอนของรัชนก แถลงข่าวคำตัดสินของสหพันธ์แบดมินตันโลกเกี่ยวกับคำกล่าวหาที่รัชนกใช้สารต้องห้าม

คุณหญิงปัทมา กล่าวว่า จากการแต่งตั้งทนาย ติดต่อทางสหพันธ์ฯ เพื่อยืนยันว่าการใช้สารเป็นไปโดยสุจริตใจ เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของรัชนก โดยรัชนกถูกเก็บปัสสาวะ 15 พ.ค. ที่อูเบอร์คัพ เมืองคุนชาน ประเทศจีน ส่วนเรื่องการรักษาอาการบาดเจ็บนั้น ก่อนออกเดินทางเจ็บหลังด้านซ้าย เจ็บข้อศอกด้านขวา แพทย์ที่รักษาเมย์ ศึกษาระเบียบ ข้อบังคับอย่างละเอียด ตามกฎของวาด้ามาแล้วว่า สามารถใช้ได้ถ้าฉีดเข้าเส้นเอ็น ห้ามใช้ถ้ารับทางปากหรือหลอดเลือดดำ หรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อ หรือสอดทางทวารหนัก และห้ามทำในช่วงแข่งขัน ซึ่งวันที่ 13 พฤษภาคม ไม่ได้เป็นช่วงแข่งขัน และวันนั้นฉีดเข้าเส้นเอ็น ซึ่งพยายามทำให้สหพันธ์ได้รับทราบเกี่ยวกับเรื่องนี้

“ทุกอย่างเสร็จสิ้นก่อนวันที่ 18 ก.ค. วันที่แต่งตั้งทนายได้ติดต่อสหพันธ์ เพื่อขอให้มีการไต่สวนเร่งด่วนทางวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ มีขึ้นในวันที่ 16 กรกฎาคม ใช้เวลาไต่สวน 2 ชั่วโมง ทางสมาคมฯได้ให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่ชัดเจนกับคณะกรรมการไต่สวน และในที่สุดผลตัดสิน ทิ้งภารกิจหลัก เพื่อมาทุ่มเทให้สหพันธ์ได้รู้ว่าการรักษาเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ใจและเป็นไปตามข้อบังคับของวาด้าทุกประการ การมีข่าวออกมาทำให้งานที่ทำอยู่ลำบากขึ้น ข้อมูลส่วนใหญ่ไม่ถูกเลย ยิ่งเป็นผลร้ายกับรัชนกเอง ต้องทำให้บีดับเบิลยูเอฟเชื่อมั่นว่าไม่ได้มีเจตนาใช้ยาเพื่อประโยชน์ในด้านที่ผิด แต่ตอนนี้ผลการตัดสินพ้นจากการถูกกล่าวหาว่าใช้สารต้องห้าม และได้ไปแข่งโอลิมปิกตามเดิม”

ที่มา>>>ข่าวสด

เคลื่อนศพผู้กองจิตอาสาถึงวัด เมียร่ำไห้กอดสามี สุดเศร้าลูก9ขวบ-รู้พ่อตายแล้ว

 เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 17 ก.ค. ที่ศาลาย่งฮั้ว วัดดอนตูม เขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง จ.ราชบุรี พล.ต.ต.สรศักดิ์ เย็นเปรม รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ได้เดินทางมาเป็นประธานรดน้ำศพ ร.ต.อ.สายัณห์ ชัยโชค รองสารวัตรจราจร สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี หรือ ผู้กองจิตอาสา ที่ถูก จ.ส.ต.ธีระพงษ์ โพธิ์ทอง ผบ.หมู่งานจราจร ยิงเสียชีวิตบนโรงพัก เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ทั้งนี้บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีนายตำรวจระดับสูง เพื่อนตำรวจ ญาติของผู้ตาย และประชาชนจำนวนมากที่ทราบข่าว ต่างมาร่วมรดน้ำศพ เพื่อไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย นางศศิธร แซ่ลี้ อายุ 45 ปี ภรรยาของ ร.ต.อ.สายัณห์ เล่าทั้งน้ำตาว่า รู้ข่าวตอนแรกตกใจมาก ไม่คิดว่าจะเป็นสามีของตน เพราะก่อนที่สามีจะเสียชีวิต ได้บอกกับตนว่า “ม๊าพ่อไปตั้งด่านก่อนนะเดี๋ยวพ่อกลับมา” แต่สามีไม่ได้กลับมาอีกเลย หลังจากนี้ไปต้องอยู่ให้ได้เพื่อ ด.ช.ศุภกร ชัยโชค อายุ 9 ขวบ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ ร.ต.อ.สายัณห์ ซึ่งตอนนี้ยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียพ่อไปอย่างไม่ทันตั้งตัว

ที่มา>>>ข่าวสด